Press "Enter" to skip to content

ผจญภัยท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ Posts

ชุมชมการท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ ชุมชนบ้านถ้ำผึ้ง

ชุมชมการท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ ชุมชนบ้านถ้ำผึ้ง

ชุมชนบ้านถ้ำผึ้งได้รับ รางวัลลูกโลก สีเขียว ในปี 2547 และประเภทรางวัล “สิปปนนท์ เกตุทัต 5 ปี แห่งความยั่งยืน” ปี 2553 ชุมชนบ้านถ้ำผึ้งก่อตั้งในปี 2505

แวดล้อมด้วยพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์ กระทั่งถูกคุกคามเพราะการจับจองพื้นที่ทำการเกษตร ดูบอลออนไลน์  และการสัมปทานป่า ทำให้ป่ามีความเสื่อมโทรม แหล่งน้ำธรรมชาติเหือดแห้ง

ชาวบ้านบ้านถ้ำผึ้งหันหน้าปรึกษาหารือเพื่อจะรักษาและฟื้นฟูป่าของชุมชน ทั้งการกั้นแนวเขตเป็นป่าของชุมชนจำนวน 4 แปลง ห้ามมีการบุกรุกและปลูกป่าทดแทน

จนชุมชนได้ป่าสมบูรณ์กลับคืนมาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเริ่มขึ้นในปี 2544 ภายใต้ชื่อ “กลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านถ้ำผึ้ง” ซึ่งเป็นแนวคิดและความพยายามของชาวบ้านเอง

ที่จะผนวกเรื่องการพัฒนากับงานอนุรักษ์ป่าเข้ามาไว้ด้วยกัน เพราะเมื่อป่าเป็นแหล่งสร้างรายได้ ให้ประโยชน์กับชุมชน ทุกคนก็ต้องช่วยรักษาป่าไว้ ต่อมาในปี 2553 จดทะเบียน

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านถ้ำผึ้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติในชุมชนถ้ำผึ้งมีหลากหลายให้ได้เที่ยวชม ตั้งแต่ความงามของป่าต้นน้ำซึ่งชุมชนเก็บผืนป่าไว้เป็น

แหล่งต้นน้ำของชุมชนบ่อดันทรายดูดอยู่ในพื้นที่ป่าชุมชน ประมาณ 200 กว่าไร่ ลักษณะเป็นบึงที่มีทรายละเอียด น้ำใส บริเวณก้นบึงจะมีแรงดันของอากาศ ทำให้ทรายถูกน้ำดันขึ้น

หากปรบมือเสียงจากการปรบมือจะทำให้เพิ่มแรงดัน และบริเวณใกล้เคียงกันเป็นบ่อน้ำดูด หากนำมือจับจะมีความรู้สึกคล้ายๆมีกระแสไฟฟ้า


น้ำตกบางคุยเป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีธารน้ำไหลผ่านโขดหินสวยงาม มีต้นกำเนิดจากต้นน้ำผุดไหลลงสู่คลองชะอุ่น

ชุมชมการท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ ชุมชนบ้านถ้ำผึ้ง

ถ้ำน้ำลอด เป็นถ้ำที่สามารถเดินทะลุจากด้านหนึ่งไปสู่อึกด้านหนึ่งได้ ระยะทางประมาณ 100 เมตร มีลำธารที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี

นอกจากนั้นยังมีจุดชมวิวทะเลหมอกยามเช้า ที่มาพร้อมกับหมอกขาวโพลนที่สวยงาม แต่ก็ต้องมาในช่วงฤดูฝน (พ.ย.-ม.ค.) จะพบกับหมอกที่สวยงาม


ที่พักแบบโฮมสเตย์ ผ่านการประเมินบ้านพักโฮมสเตย์ไทย จำนวน 9 หลัง รับรองด้วยอาหารพื้นบ้าน ซึ่งอร่อยขึ้นชื่อ ขนาดที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมากันเป็นคณะ

เพียงเพื่อจะรับประทานอาหารที่นี่ ของดีที่ห้ามพลาดคือเมนูผักเหรียง กล้วยฉาบที่ทำจากกล้วยหอม กล้วยไข่ ของกลุ่มแม่บ้าน

จากจุดเล็กๆ เมื่อวันวาน ปัจจุบันชุมชนถ้ำผึ้งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศของจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ดึงดูดให้ผู้มีใจรักธรรมชาติแวะเวียนมาไม่ขาดสาย

เป็นแหล่งศึกษาดูงานของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงชุมชนทั้งใกล้-ไกลได้เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานอนุรักษ์และการจัดการป่า เป็นชุมชนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย

ใครที่ได้ไปมาแล้ว ฝากบอกเป็นเสียงเดียวกัน สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นจริงๆ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.greenglobeinstitute.com…

ลักษณะของการ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ลักษณะของการ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ความหมายและลักษณะของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

Ecotourism เป็นคำที่เกิดใหม่ในวงการ อุตสาหกรรม ท่องเที่ยว โดยนำคำ 2 คำมารวมกัน ได้แก่ Eco และ Tourism คำว่า Eco แปลตามรูปศัพท์ว่า

บ้านหรือที่อยู่อาศัย ส่วน Tourism แปลว่าการท่องเที่ยว Ecotourism จึงแปลว่า ดูบอลออนไลน์  การท่องเที่ยวเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย หมายความถึง การท่องเที่ยวที่เน้น

ในด้านสิ่งแวดล้อมอันเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ทั้งพืช สัตว์ และมนุษย์ส่วนคำว่า นิเวศ ซึ่งเป็นคำภาษาสันสกฤตที่นำมาใช้ในภาษาไทยก็แปลว่า

บ้านหรือที่อยู่อาศัยเช่นกัน (ดูพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน) ฉะนั้น การท่องเที่ยวเชิงนิเวศจึงเป็นศัพท์บัญญัติที่มีความหมายตรงกับคำในภาษาอังกฤษ

อย่างเหมาะสม นอกจากคำว่า Ecotourism แล้ว ยังมีคำอื่นๆที่มีความหมายใกล้เคียงหรือเกี่ยวข้องกันอีกหลายคำ ได้แก่ Green tourism แปลว่า การท่องเที่ยวสีเขียว

หมายถึง การท่องเที่ยวสถานที่ทางธรรมชาติโดยสีเขียวเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ Biotourism แปลว่า การท่องเที่ยวเชิงชีวภาพ ซึ่งหมายถึง

การท่องเที่ยวที่เน้นการศึกษาสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ และ Agrotourism แปลว่า การท่องเที่ยวเชิงเกษตรเป็นการท่องเที่ยวที่เน้นในด้านเกษตรกรรม เพื่อให้เรียนรู้เกี่ยว

กับธรรมชาติของพืชผลไร่นา และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร

 

คำว่า การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เป็นศัพท์บัญญัติที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำมาใช้ อย่างเป็นทางการใน พ.ศ. 2541 โดยให้มีความหมายตรงกับคำว่า Ecotourism

ในภาษาอังกฤษศัพท์บัญญัตินี้ได้รับความเห็นชอบจากราชบัณฑิตยสถาน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบัญญัติศัพท์แล้วเพื่อขยายความหมายของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

จะขอกล่าวถึงคำนิยามที่นักวิชาการได้ให้ไว้ในที่ต่างๆ ดังนี้องค์การสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme – UNEP) สมาคมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

(Ecotourism Society) และองค์การ การท่องเที่ยวโลก (World Tourism Organi- zation) ให้คำนิยามว่า ”การท่องเที่ยวที่ไม่เป็นการรบกวนลักษณะทางธรรมชาติ มุ่งหวังในด้านการศึกษา

มีความพอใจต่อทัศนียภาพ พืชพรรณ และสัตว์ตามธรรมชาติ มีความเข้าใจต่อวัฒนธรรม ประวัติความเป็นมาของสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ โดยไม่เป็นการรบกวนต่อระบบนิเวศ ในขณะเดียวกัน

ก็สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ที่จะทำ ให้เกิดการอนุรักษ์ต่อทรัพยากรของประชากร ในท้องถิ่น

ดร. ราลฟ์ บักลีย์ (Dr. Ralph Buckley) ศาสตราจารย์ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ มหาวิทยาลัยกริฟฟิท ประเทศออสเตรเลีย ให้คำนิยามสั้นๆว่า ”การท่องเที่ยวที่อาศัยผลิตผล

ทางธรรมชาติ การจัดการที่ยั่งยืน และองค์ประกอบทางการศึกษาซึ่งมีส่วนก่อให้เกิดการอนุรักษ์

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้คำนิยามว่า “การเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใดแห่งหนึ่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษา ชื่นชม และเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพธรรมชาติ

สภาพสังคม วัฒนธรรม และชีวิตของคนในท้องถิ่น บนพื้นฐานความรู้และความรับผิดชอบต่อระบบนิเวศ

ลักษณะของการ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ช่วงกระแสของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแพร่ขยายไปทั่วโลก และททท. ได้จัดทำแผนพัฒนาและจึงได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาเรื่อง Ecotourism

ระยะแรกคณะทำงานมีมติใช้คำจำกัดความEcotourismในความหมายภาษาไทยว่า “การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์” โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะสื่อความหมายให้กับชาวไทย

ทุกระดับให้เข้าใจว่า รูปแบบการท่องเที่ยว Ecotourism นับเป็นรูปแบบการจัดการการท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพ เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และรูปแบบการจัดการการท่องเที่ยว

เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมในการรับรู้ของชาวไทย คือ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ต่อมา ททท. ได้มอบหมายให้สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วท.)

ทำการศึกษาเพื่อกำหนดนโยบายการท่องเที่ยวเพื่อรักษาระบบนิเวศ และขอให้ราชบัณฑิตสถานกำหนดความหมายในที่สุดจึงได้ความหมายของคำว่า Ecotourism หรือ

การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ หมายถึง การท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบในแหล่งธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น และแหล่งวัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับระบบนิเวศสิ่งแวดล้อม

และการท่องเที่ยว โดยมีกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของผู้ที่เกี่ยวข้อง ภายใต้การจัดการอย่างมีส่วนร่วมของท้องถิ่น เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดจิตสำนึกต่อการรักษาระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://sites.google.com…

การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

การท่องเที่ยวสีเขียว หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ การท่องเที่ยว เชิงนิเวศ คือคำเฉพาะที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน แต่คำนี้หมายความอย่างไร

สมาคมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศระหว่างประเทศได้ให้คำจำกัดความของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศว่าเป็น “การท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบต่อพื้นที่

ทางธรรมชาติด้วยการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพัฒนาความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่นให้ดีมากยิ่งขึ้น” ถ้านักท่องเที่ยวปฏิบัติตามกฏเกณฑ์และเงื่อนไข

ของความรับผิดชอบ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการฟื้นฟูชีวิตความเป็นคนอยู่ของคนในท้องถิ่นที่ได้กำหนดไว้ มีความเป็นไปได้ว่า กิจกรรมการท่องเที่ยว

หรือประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวต่างๆจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ว่าด้วยเรื่องของความยั่งยืน ดูบอลออนไลน์  หรือความสามารถในการทำกิจกรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่สร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม


ปัญหาก็คือการท่องเที่ยวในหลายๆด้านยังไม่ตอบโจทย์ในเรื่องของความยั่งยืน การเดินทางทางอากาศก่อให้เกิดมลพิษซึ่งทำให้สภาพอากาศเลวร้ายลง

โรงแรมอันหรูหราหลายแห่งได้ใช้พลังงานอย่างมหาศาลเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าอย่างดีที่สุดซึ่งสร้างแรงกดดันต่อทรัพยากรท้องถิ่น ในขณะเดียวกัน

บุคคลภายนอกมักจะถูกจ้างให้มาทำงานตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆซึ่งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนท้องถิ่นโชคดีที่องค์กรระหว่างประเทศและระดับชาติ

หลายแห่งอย่างเช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ให้การสนับสนุนธุรกิจต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของการท่องเที่ยว

เชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติมาเป็นระยะเวลาหลายทศวรรษแล้ว หลักเกณฑ์เหล่านี้ได้กำหนดให้กิจกรรมท่องเที่ยวต้องมีส่วนทำให้เกิดการอนุรักษ์

ความหลากหลายทางชีวภาพ การฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่นให้ดีมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงก่อให้เกิดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวอย่าง

มีจิตสำนึก อย่างมีความรับผิดชอบต่อสถานที่ท่องเที่ยวแก่ผู้มาเยือน โดยที่กิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆจะต้องใช้ทรัพยากรที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ให้น้อยที่สุด

และยังต้องเปิดโอกาสให้คนท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมด้วย

การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการที่มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหลายคนได้แสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถจัดการกับเรื่องที่ยากลำบากอย่างการปลูกจิต

สำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้แก่นักท่องเที่ยวได้อย่างประสบความสำเร็จ และหลายประเทศเช่นประเทศไทยได้จัดกิจกรรมสีเขียวที่หลากหลายเพื่อตอบสนอง

ความต้องการแก่นักท่องเที่ยวที่มีความกระตือรือร้นที่จะฝากรอยเท้าเอาไว้จากการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า การขี่จักรยานเที่ยวชมรอบเมืองชนบท การนอนหลับ

พักผ่อนในบ้านพักโฮมสเตย์ การช่วยออกไปทำการเกษตร หรือแม้แต่การซื้อสินค้างานฝีมือจากชาวบ้านในท้องถิ่น นักท่องเที่ยวหน้าใหม่ก็มีหนทางมากมายที่จะดื่มด่ำ

และซึมซับวัฒนธรรมที่พวกเขาไม่คุ้นเคย ยิ่งไปกว่านั้น นักท่องเที่ยวหลายคนก็ลงเอยด้วยการผูกมิตรกับชาวบ้านในท้องถิ่นตลอดชีวิต


ด้วยความที่การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศได้ก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวายและความโกลาหลในทุกทวีปทั่วโลก ผู้คนจำนวนมากจึงมองเห็นว่ามันเป็นความจำ

เป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องหยุดสร้างความเสียหายแก่โลกของเรา การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนถูกคาดหวังให้เป็นเป้าหมายที่สำคัญอย่างยิ่งที่เราจะต้องบรรลุ แทนที่จะเป็น

เพียงแค่เป้าหมายที่ต้องการ เมื่อนักท่องเที่ยวได้ท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบด้วยการดูแลรักษาและแสดงความเคารพต่อสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมที่พวกเขาได้ไป

เยี่ยมเยือน ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงทำให้ทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต่างได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน เจ้าบ้านมีความภาคภูมิใจในการแบ่งปันที่ดินและวัฒนธรรมกับนักท่องเที่ยว

ที่เดินทางมาจากที่ห่างไกล และนักท่องเที่ยวก็เดินทางกลับด้วยความประทับใจในมนต์เสน่ห์อันน่าหลงใหลอย่างไม่มีวันสิ้นสุดของโลกของเรา

ขอบคุณแหล่งที่มา https://7greens.tourismthailand.org…

พักผ่อนหย่อนใจ 4 เรื่องต้องรู้ เที่ยวเชิงอนุรักษ์ฯ

พักผ่อนหย่อนใจ 4 เรื่องต้องรู้ เที่ยวเชิงอนุรักษ์ฯ

วันนี้เรามีเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “การท่อง เที่ยวเชิงอนุรักษ์ หรือเชิงนิเวศ” โดย พีร์นิธิ รัตนพงศ์ธระ หรือ พี่เชษฐ์ ประธานศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลน บ้านคลองโคน

ผู้ที่หันมาพัฒนาสิ่งแวดล้อมในบ้านเกิด ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ได้รับความนิยม จนได้รับรางวัลชุมชนดีเด่นทางด้านการท่องเที่ยว ในโครงการ

ประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในปี 2550 โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

4 เรื่องที่ควรใส่ใจ ก่อนเที่ยวเชิงนิเวศ thaihealthพี่เชษฐ์ บอกว่า เพราะธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญของแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ

หากธรรมชาติ และระบบนิเวศได้รับผลกระทบจากการใช้ประโยชน์

ในรูปแบบใดก็ตาม โอกาสที่ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเสื่อมโทรมลงหรือถูกทำลายลงก็มีอยู่สูง การให้ความรู้ความเข้าใจหรือการสร้างจิตสำนึกแก่นักท่องเที่ยวหรือผู้มาเยือนจึงเป็นสิ่งสำคัญ

การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์หรือเชิงนิเวศ มีความแตกต่างจากการท่องเที่ยวทั่วไปคือ การให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์เป็นหลัก นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง

กับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่น่าสนใจของชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมด้วย

ซึ่งจุดเด่นของการท่องเที่ยวนี้ คือ การมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น ชุมชนได้รับผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวทั้งทางตรงและทางอ้อม รูปแบบของการมีส่วนร่วมของชุมชน

ได้แก่ การลงทุนเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดเล็กที่ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่ำ ดูบอลออนไลน์  การเป็นมัคคุเทศก์ การนำสินค้าที่เป็นศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านมาขายแก่นักท่องเที่ยว

และการจ้างงานในส่วนบริการอื่นๆ เป็นต้น

4 เรื่องที่ควรใส่ใจ ก่อนเที่ยวเชิงนิเวศ thaihealthทำตัวอย่างไร เมื่อไปท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ฯ

1. ไม่ทิ้งเศษอาหาร และขยะมูลฝอยลงในน้ำ ไม่เก็บก้อนหิน เปลือกหอย หรือสิ่งอื่นใดในบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวนั้น ๆ กลับบ้าน

2. ไม่ส่งเสียงดัง อันเป็นการรบกวนผู้อื่นรวมทั้งสัตว์ที่อยู่ในพื้นที่ รวมถึงไม่ล่า ทำลาย หรือกระทำการใดๆ อันจะทำให้ พืช สัตว์ และสภาพแวดล้อมเสียหาย

3.ไม่ประพฤติปฏิบัติขัดต่อวิถีชีวิตประเพณีนิยมของคนท้องถิ่น ลองสังเกตการประพฤติปฏิบัติของคนในพื้นที่ เพื่อที่เราจะได้ปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง รู้จักกาลเทศะอันควร

ทั้งหมดนี้เราจะได้รับการต้อนรับและไมตรีที่ดีตอบกลับมา และยังจะได้เรียนรู้ถึงวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่ไปท่องเที่ยวอีกด้วย

4. การท่องเที่ยวเชิงนิเวศหลายพื้นที่ มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัยได้ในหลากหลายรูปแบบ ดังนั้น ก่อนเดินทางควรตรวจสอบสภาพอากาศและสภาพพื้นที่

จัดเตรียมอุปกรณ์และสิ่งของที่จำเป็น เลือกสถานที่ในการเล่นน้ำ หรือดำน้ำในบริเวณที่ปลอดภัย ปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญหากนำเด็กไปด้วยต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

พี่เชษฐ์ ย้ำอีกว่า ด้านความปลอดภัย ถ้าต้องการท่องเที่ยวอย่างมีความสุขและสนุก การระมัดระวังอันตรายการเกิดอุบัติเหตุเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก ต้องเริ่มตั้งแต่การออกเดินทาง

ควรคำนึงถึงความปลอดภัยให้มากที่สุด ต้องไม่ประมาท ตรวจสอบพาหนะที่ใช้ต้องอยู่ในสภาพที่ดีก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

พักผ่อนหย่อนใจ 4 เรื่องต้องรู้ เที่ยวเชิงอนุรักษ์ฯ

ไม่ว่าจะเดินทางท่องเที่ยวไปยังที่ใด เราต้องสำนึก และระลึกอยู่เสมอว่าต้องอนุรักษ์ความสวยงามของสถานที่นั่นให้คงอยู่ ไม่ต่างจากงานหรือธุรกิจที่เราเป็นเจ้าของ

เพราะหากเราช่วยกันรักษาความสวยงามนั้นจะอยู่กับเราไปอีกแสนนาน” พี่เชษฐ์ ทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thaihealth.or.th…

ปั่นสองล้อ ตามรอยประวัติศาสตร์ กรุงเก่าอยุธยา

ปั่นสองล้อ ตามรอยประวัติศาสตร์ กรุงเก่าอยุธยา

เราเริ่มต้นปั่นจักรยานตามรอย ประวัติศาสตร์ ของ “กรุงเก่าอยุธยา” ที่ศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยวของสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ปั่นเรื่อยๆ ไปตามถนนศรีสรรเพชญ์ โดยมีจุดหมายแรกคือ “คุ้มขุนแผน” เพื่อเข้าชมวิถีชีวิตในอดีตของคนกรุงเก่า ต่อด้วย “วิหารพระมงคลบพิตร”

เข้าสักการะขอพรองค์พระมงคลบพิตร พระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองอยุธยา ไม่ไกลกันคือ “วัดพระศรีสรรเพชญ์” วัดสำคัญที่สุดของราชธานีกรุงเก่า

ภายในจะเป็นพระราชวังโบราณซึ่งเป็นสถานที่ประทับขององค์พระมหากษัตริย์และที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญต่างๆ ของราชธานีกรุงศรีอยุธยา

ราชธานีที่เคยยิ่งใหญ่และงดงามเป็นเวลายาวนานถึง 417 ปี ก่อนจะเสียกรุงถูกเผาทำลายลงเหลือเพียงแต่ซากอิฐซากปูน

ต่อด้วยการปั่นไปทางทิศตะวันออกมุ่งสู่ “บึงพระราม” สถานที่ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ปฐมกษัตริย์ของกรุงศรีอยุธยา ทรงใช้เป็นที่สถาปนากรุงขึ้นเป็นราชธานี

รอบๆ เขียวครึ้มไปด้วยต้นไม้ ปั่นต่อไปสบายๆ ผ่าน “พระที่นั่งเย็น” สถานที่เสด็จฯ ประทับทอดพระเนตรการละเล่นทางน้ำต่างๆ ปั่นต่อมายัง “วัดมหาธาตุ”

พระอารามหลวง สร้างขึ้นเพื่อใช้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ก่อนออกจากวัดอย่าลืมแวะชมเศียรพระพุทธรูป

ในรากต้นโพธิ์ “ที่สุดของมรดกโลก


มองไปยังฝั่งตรงข้ามนั้นคือ “วัดราชบูรณะ” สถานที่เก็บรวบรวมสมบัติของราชวงศ์ที่ยังหลงเหลือจากเมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 และตอนนี้ได้นำไปจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑสถาน

แห่งชาติเจ้าสามพระยา จากนั้นเรามุ่งหน้าขึ้นเหนือไปยัง “วัดธรรมิกราช” เชื่อกันว่าหากได้มาอธิษฐานขอพร ณ วัดแห่งนี้จะสมหวังดังใจปรารถนา

ปั่นสองล้อ ตามรอยประวัติศาสตร์ กรุงเก่าอยุธยา

เข้าสู่ช่วงสาย เป็นโชคดีของเราที่วันนี้แดดไม่แรงเกินไปนัก สล็อตออนไลน์  แวะพักเติมพลังด้วยเครื่องดื่มเย็นๆ ให้สดชื่นกันสักหน่อยก่อนมุ่งหน้าปั่นกันต่อไปที่ “วัดหน้าพระเมรุราชิการาม”

เพื่อชมความงามของสถาปัตยกรรมชิ้นสุดท้ายที่คงความสมบูรณ์เอาไว้ได้มากที่สุดของกรุงศรีอยุธยา หลังสิ้นเสียงพระตีกลองเพล ก็ถึงเวลากลับขึ้นหลังอานอีกครั้ง

ปั่นจักยานลัดเลาะไปตามคลองสระบัว มุ่งสู่ชุมชนช่างปั้นดินเผา สถานที่ผลิต “ตุ่มนางเลิ้ง” โอ่งดินเผาไม่เคลือบเงาสีแดงที่มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์

แวะเก็บภาพเป็นที่ระลึก เสร็จแล้วไปต่อกันที่วัดเชิงท่า ซึ่งตั่งอยู่ริมแม่น้ำลพบุรี สถานที่ศึกษาเล่าเรียนสมัยยังทรงพระเยาว์ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช


เมื่อเข้าสู่ช่วงเที่ยงเราก็ถึง “วัดโลกยสุธา” หรือที่รู้จักกันในนามวัดพระนอน ประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์สร้างด้วยอิฐสอปูนมีความยาวองค์พระ 42 เมตร

เมื่อเดินชมจนอิ่มใจแล้ว ก็ถึงเวลาหาที่ทานมื้อเที่ยงให้อิ่มท้องกันบ้าง เราปั่นกันต่ออีกนิดลงไปทางใต้ ที่นี่มีร้านอาหารให้เลือกทานมากมาย หรือจะเป็นของฝาก

ของที่ระลึกให้เลือกซื้อก็มีเช่นกัน หลังจากอิ่มท้องและซื้อของฝากติดมือเป็นที่เรียบร้อย ก็ปั่นกลับไปยังจุดเริ่มต้นของเราที่ศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว ถือเป็นการ

สิ้นสุดทริปปั่นสองล้อตามรอยประวัติศาสตร์กรุงเก่าอยุธยาอย่างสมบูรณ์แบบ


ข้อมูลเกี่ยวกับ…ปั่นสองล้อท่อง “กรุงเก่าอยุธยา”

การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานคร สามารถเดินทางมาได้ทางรถไฟเพื่อเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยไปขึ้นรถไฟที่สถานีหัวลำโพงไปลงที่สถานีอยุธยา

บริเวณตรงข้ามสถานีจะมีร้านให้เช่าจักรยานอยู่ หรือหากจะขับรถไปเอง ก็หาร้านเช่าจักรยานในตัวเมืองได้ไม่ยาก

ขอบคุณแหล่งที่มา www.ท่องทั่วไทย.com…

ตำบลน้ำตก ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นครศรีธรรมราช

ตำบลน้ำตก ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นครศรีธรรมราช

ตำบลน้ำตก อยู่ในอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นตำบลที่มีพื้นที่เชื่อมต่อกับ จังหวัดตรัง สภาพพื้นที่ทั่วไปประกอบด้วยภูเขาและป่าไม้กระจายอยู่ทั่วพื้นที่

สภาพป่ายังมีความอุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำธรรมชาติหลายสาย มีทรัพยากรทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่หลากหลาย เช่น น้ำตก ถ้ำ และวัดวาอาราม ที่

สามารถเชื่อมโยงเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวได้ ด้วยทรัพยากรต่าง ๆ เหล่านี้ จึงเป็นโอกาสให้ อบต.น้ำตก และแกนนำชุมชนในพื้นที่ จับมือร่วมกันพัฒนาเพื่อเตรียมจัด

การท่องเที่ยวโดยชุมชนขึ้น ด้วยการสนับสนุนจาก อบต.น้ำตก และทีมงาน ธ.ก.ส.ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนล่าง สนจ.นครศรีธรรมราช สาขาที่วัง

การจัดการท่องเที่ยวชุมชนของตำบลน้ำตกยังอยู่ในขั้นเตรียมการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยที่ผ่านมา อบต.น้ำตกได้ชักชวนผู้นำชุมชน เยาวชน

และประชาชนผู้สนใจร่วมพัฒนาทำความสะอาด รื้อสิ่งกีดขวางในเส้นทางล่องเรือสายคลองปางและถ้ำน้ำลอด การเตรียมการของตำบลน้ำตกคืบหน้าขึ้นเป็นลำดับ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2555 ได้มีการประชุมหารือร่วมกัน 3 ฝ่ายระหว่าง อบต.น้ำตก ผู้นำชุมชน และ ธ.ก.ส. เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดในการพัฒนาศักยภาพ

ชุมชนและวางแผนการดำเนินงานการท่องเที่ยวชุมชนร่วมกัน ผลจากการประชุมในครั้งนี้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันจัดโครงสร้างและกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ

ของกลุ่มกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน เพื่อเตรียมการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยชุมชน และมีส่วนร่วมในการเสนอแนะข้อมูล ความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ต่อ

การนำไปกำหนดแผนงานพัฒนาการท่องเที่ยวของชุมชนตำบลน้ำตกต่อไปจากการร่วมประชุมหารือในครั้งนี้ ทาง อบต.น้ำตก และผู้นำชุมชนได้พาลงพื้นที่เพื่อสำรวจศักยภาพ

ของแหล่งท่องเที่ยวตำบลน้ำตกและพื้นที่ติดต่อกันของตำบลหนองบัว อำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง บริเวณน้ำตกธาราวารินทร์หมู่ที่ 1 วัดถ้ำพระพุทธ หมู่ที่ 6 ตำบลหนองบัว

น้ำตกธารทิพย์ หมู่ที่ 3 และล่องเรือชมธรรมชาติคลองปางและถ้ำน้ำลอด หมู่ที่ 3 ซึ่งแต่ละแห่งมีจุดเด่นด้านประวัติศาสตร์และความสวยงามตามธรรมชาติที่สามารถนำมา

เชื่อมโยงเป็นการท่องเที่ยวชุมชนได้การจัดการท่องเที่ยวของชุมชนตำบลน้ำตกยังต้องมีการปรับปรุงพัฒนาด้านการบริหารจัดการอีกหลายเรื่อง แต่วันนี้ชุมชนก็มีความตั้งใจ

ที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าไปท่องเที่ยวเรียนรู้เชิงอนุรักษ์ในตำบลน้ำตก สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ปลัดฯ สุรศักดิ์ ไทยเกื้อ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล

น้ำตก ตำบลน้ำตก อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช โทร./โทรสาร 0-7546-0585 มือถือ 081-7373943

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.tourvtthai.com

เที่ยวสุขใจ สไตล์ลูกทุ่ง ไร่ภูเคียงดาว นครราชสีมา

เที่ยวสุขใจ สไตล์ลูกทุ่ง ไร่ภูเคียงดาว นครราชสีมา

ไร่ภูเคียงดาว จังหวัดนครราชสีมา เป็นไร่และสวนผลไม้ในรูปแบบ ฟาร์มสเตย์ อยู่ในพื้นที่วังน้ำเขียว ติดหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 4 บ้าน

คลองปลากั้ง อยู่ท่ามกลางธรรมชาติและไร่ นา ป่า และภูเขา อากาศเย็นตลอดปี

การพักผ่อนที่ไร่ภูเคียงดาว ผู้เข้าพักจะได้รับบริการอย่างเป็นกันเองสไตล์ลูกทุ่งกับกระท่อมกลางนา ใครที่ชอบทำอาหารที่นี่ก็มีเครื่องปรุงต่างๆ

จากธรรมชาติในไร่ไว้บริการ โดยไม่ต้องไปหาซื้อ ทั้ง ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด มะนาว ชะอม ดอกแค สะเดา มะเขือพวง มะเขือเปราะ และอื่นๆ

จำนวนบ้านพัก 5 หลัง กระท่อมกลางนา 2 หลัง และเต็นท์รองรับนักท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะไม่เกิน 35 คน เป็นบ้านพักสไตล์ลูกทุ่ง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก

ทีวี ดาวเทียม เครื่องทำน้ำอุ่น หนังสือที่สามารถเลือกอ่านได้เต็มอิ่มในบรรยากาศส่วนตัวและแสนสงบ และมีบริการเต็นท์พร้อมเครื่องนอน 20 หลัง

ในบ้านพักยังมีจักรยานให้บริการหลังละ 2 คัน และผลไม้ตามฤดูกาลฟรีตลอดการพักผ่อน


ไร่ภูเคียงดาวยังมีกิจกรรมส่องสัตว์ในยามเย็น สามารถชมกระทิงด้วยตาเปล่าที่หอส่องสัตว์และโป่งเทียมภายในเขตเขาใหญ่ได้อีกด้วย รวมทั้งมีรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อบริการ เพื่อนำเที่ยวทั่ววังน้ำเขียว

ข้อมูลเกี่ยวกับ…ไร่ภูเคียงดาว ฟาร์มสเตย์ นครราชสีมา

ที่ตั้ง: 100 หมู่ 16 ติดหน่วยพิทักษ์เขาใหญ่ 4 บานคลองปลากั้ง ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

ขอบคุณแหล่งที่มา www.ท่องทั่วไทย.com

ชมหิ่งห้อย สไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ชมหิ่งห้อย สไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

เที่ยวชมหิ่งห้อย ใน สไตล์การท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ กันเถอะ!! การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวที่นิยม

ทำกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติและท่องเที่ยวไปพร้อมกัน วันนี้เรามีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่คุณสามารถทำกิจกรรมปลูกป่าชายเลน

และท่องเที่ยวดูความสวยงามของหิ้งห้อยมาฝากกันค่ะ

อัมพวา สมุทรสงคราม

กิจกรรม

อัมพวาเป็นนอกจากจะมีตลาดน้ำในตอนกลางวัน กลางคืนยังมีกิจกรรมล่องเลือชมหิ้งห้อยอีกด้วย การล่องเรือชมหิ้งห้อยจะล่องไปตามแม่น้ำแม่กลอง

ซึ่งบริเวณรอบๆแม่น้ำจะมีต้นลำพูที่เป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าหิ่งห้อยนับพันตัว ระหว่างการล่องเรือคุณจะได้สัมผัสอากาศที่เย็นสบาย พร้อมๆกับชมความสวยงาม

ของหิ้งห้อยนับพันที่ต่างพร้อมใจกันออกมาอวดแสงในยามค่ำคืน

ที่ตั้ง

ถนนโชติธำรงค์ ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม 75110

ค่าบริการ

รายบุคคล คนละประมาณ 60 บาท ต่อคนต่อเที่ยว เหมาลำค่าบริการลำละ 500 บาทต่อ 10 คน

ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง จังหวัดสมุทรปราการ

เที่ยวชมหิ่งห้อย ในสไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กันเถอะ!! เที่ยวชมหิ่งห้อย ในสไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กันเถอะ

กิจกรรม

เป็นแหล่งชมหิ้งหอยที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่นิยมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ก่อนเยี่ยมชมหิ้งหอยในตอนกลางคืนนักท่องเที่ยวสามารถเดินเยี่ยมชมและซื้อของในตลาดบางน้ำผึ้ง

หรือ ทำกิจกรรมปลูกป่าชายเลนก็ได้ เมื่อถึงยาม

ค่ำคืนนักท่องก็จะได้สัมผัสกับฝูงหิ้งห้อยที่ส่องแสงจนทั่วพื้นที่ รับรองว่าสวยงามจนคุณต้องประทับใจจนอยากมาอีกครั้ง

ที่ตั้ง

ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
ค่าบริการ

เปิดให้บริการ 3 รอบ คือ 00 น. 20.00 น. 21.00 น. อัตราค่าบริการ 2 คน ราคา 150 บาท 3 คน ราคา 200 บาท 4 คนขึ้นไป ราคา คนละ 50 บาท และเด็ก ราคา 30 บาท

หมู่บ้านสลักคอก ตราด
เที่ยวชมหิ่งห้อย ในสไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กันเถอะ!! เที่ยวชมหิ่งห้อย ในสไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กันเถอะ!!

กิจกรรม

สถานที่ชมแห่งห้อยเป็นหมู่บ้านที่ล้อมรอบไปด้วยป่าชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์มากในตอนเช้านักท่องเที่ยวสามารถทำกินกรรมปลูกป่าชายเลน

และในตอนกลางคืนก็เยี่ยมชมความสวยงามของหิ้งห้อยที่โบยบินออกมาอวดแสงสวยๆนับพัน

ชมหิ่งห้อย สไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ที่ตั้ง

หมู่ 4 บ้านสลักคอก ตำบลเกาะช้างใต้ อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด

ค่าบริการ

ค่าบริการแล้วแต่ฤดูกาล ควรติดต่อสอบถามก่อนเดินทางไปท่องเที่ยว

บ้านแสมชาย จังหวัดเพชรบุรี

เที่ยวชมหิ่งห้อย ในสไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กันเถอะ!! เที่ยวชมหิ่งห้อย ในสไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กันเถอะ!!

กิจกรรม

ที่บ้านแสมชายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มีชื่อเสียงในการเดินชมหิ้งห้อยในยามค่ำคืน โดยรอบๆตามสองข้างทางจะเต็มไปด้วยต้นลำพูที่เป็นที่อยู่อาศัยของหิ้งห้อย

เมื่อถึงเวลากลางคืนหิ้งห้อยเป็นหมื่นๆตัวจะออกมาส่องแสงจนสว่างไปทั้งพื้นที่ หากท่านได้ไปเยี่ยมชมรับรองจะประทับจนไม่รู้ลืมอย่างแน่นอน

ที่ตั้ง

หมู่บ้านแสมชาย หมู่ 9 ตำบลบางครก อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี

ค่าบริการ

อัตราค่าบริการคนละ 50 บาท

ขอบคุณแหล่งที่มา www.smartsme.co.th

 …

เที่ยวเชิงอนุรักษ์ ธรรมชาติ

เที่ยวเชิงอนุรักษ์ ธรรมชาติ

การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ หรือ Eco-Tourismนั้น โดยความหมายก็คือ การพัฒนาการท่องเที่ยวที่ต้องใช้ทุนธรรมชาติอย่างมัธยัสถ์ให้มีความมั่นคง ยั่งยืน และในท้ายที่สุดจะต้องคืนทุนต่อสังคม ซึ่งหมายถึงการให้ท้องถิ่น

ได้มีโอกาสตั้งแต่เริ่มรับรู้ตัดกระบวนการที่สมบูรณ์ในการพิจารณาทั้งในเรื่องทุนธรรมชาติและทุนทางสังคม ซึ่งส่งผลต่อทุนทาง เศรษฐกิจ ที่ดำรงอยู่ได้

การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เป็นแนวความคิดที่เกิดขึ้นโดยมีสาเหตุมาจากแนวโน้ม ๒ ประการมาบรรจบกันคือ แนวโน้มเกี่ยวกับการอนุรักษ์และแนวโน้มเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงเรื่องอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยมีสาระสำคัญ

เรื่องแนวโน้มเรื่องการอนุรักษ์ เกิดจากการที่ประชาชนเพิ่มขึ้น และภาวะทางเศรษฐกิจถดถอยในหลายประเทศ กิจกรรมการพัฒนาต่าง ๆ เช่น การตัดไม้ทำลายป่า การทำเหมืองแร่ และการเกษตรเกิดขึ้นภายในบริเวณทั่วไป

ซึ่งส่วนใหญ่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศ จนทำให้ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรม และผลที่ตามมาคือความไม่ยั่งยืนของการพัฒนาเศรษฐกิจ ทำให้ประเทศต่าง ๆ ได้พยายามผสมผสานเรื่องของ

การอนุรักษ์เข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจส่วนแนวโน้มเรื่องการท่องเที่ยวนั้น ปรากฏในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มนุษย์ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการใช้เวลาว่างในการเดินทางท่องเที่ยว โดยมีแนวโน้มว่าต้องการท่องเที่ยวแบบผจญภัย

เข้าไปมีส่วนร่วมและสัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังอยากที่จะศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับสถานที่ที่ไปเยือนตั้งแต่ระบบนิเวศไปจนถึงชนิดพันธุ์พืช สัตว์ที่หายากหรือกำลังจะสูญพันธุ์ และประเด็นปัญหาด้านการ

อนุรักษ์ เช่น การสูญเสียทรัพยากรป่าไม้การลักลอบล่าสัตว์ป่า เป็นต้น ฯลฯ จากแนวโน้มสองประการดังกล่าวมาบรรจบกัน ทำให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ หรือการท่องเที่ยวเพื่อรักษาระบบนิเวศขึ้น ดังนั้นการท่องเที่ยว

เชิงอนุรักษ์จึงมีความหมายมากกว่าการท่องเที่ยวแบบธรรมดา แต่จะหมายความรวมไปถึงการท่องเที่ยวที่จะต้องมีการอนุรักษ์ควบคู่ไปด้วยการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มีองค์ประกอบสำคัญ ๓ ประการคือ การสร้างจิตสำนึก

เกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถือว่าเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญของแกล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ หากธรรมชาติและระบบนิเวศได้รับผลกระทบจากการใช้ประโยชน์ในรูปแบบใด

ก็ตาม โอกาสที่ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเสื่อมโทรมลงหรือถูกทำลายลงก็มีอยู่สูง การให้ความรู้ความเข้าใจหรือการสร้างจิตสำนึกแก่นักท่อง

เที่ยวเชิงอนุรักษ์ ธรรมชาติ

เที่ยวหรือผู้มาเยือนจึงเป็นสิ่งสำคัญ

องค์ประกอบข้อ ๒ คือความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว ซึ่งมีความสัมพันธ์กับองค์ประกอบแรกโดยตรง เพราะนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มักเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความปรารถนาหรือสนใจที่จะศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ

ในลักษณะต่าง ๆ และสภาพภูมิทัศน์ตามธรรมชาติ ตลอดจนธรรมชาติที่ยากลำบากต่อการเดินทางและท้าทาย

องค์ประกอบที่ ๓ คือ การมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น เพราะการท่องเที่ยวมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนท้องถิ่นในระยะยาวมากว่ากิจกรรมอื่น ๆ การเปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วน

ร่วมในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในรูปแบบต่าง ๆ จะช่วยให้ชุมชนได้รับผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวทั้งทางตรงและทางอ้อม รูปแบบของการมีส่วนร่วมของชุมชน ได้แก่ การลงทุนเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดเล็ก

ที่ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่ำ การเป็นมัคคุเทศก์ การนำสินค้าที่เป็นศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านมาขายแก่นักท่องเที่ยว และการจ้างงานในส่วนบริการอื่น ๆ เป็นต้น

การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์นั้น มีความแตกต่างจากการท่องเที่ยวแบบเดิม กล่าวคือ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์จะมีขอบข่ายในการพิจารณาที่ลึกซึ้งและให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์เป็นหลัก ซึ่งสามารถระบุวัตถุประสงค์ได้ ๔

ประการ คือ

๑. เพื่อพัฒนาจิตสำนึกและความเข้าใจของนักท่องเที่ยวในการทำคุณประโยชน์แก่สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ

๒. เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ที่มีคุณภาพหรือคุณค่าสูงให้แก่นักท่องเที่ยวหรือผู้มาเยือนแหล่งท่องเที่ยว

๓. เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของชุมชนที่แหล่งท่องเที่ยวตั้งอยู่

๔. เพื่อดูแลรักษาและคงไว้ซึ่งคุณภาพสิ่งแวดล้อมของแหล่งท่องเที่ยว

นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่น่าสนใจของชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา sites.google.com

กรมอุทยาน เที่ยวในพื้นที่อนุรักษ์

กรมอุทยาน เที่ยวในพื้นที่อนุรักษ์

กรมอุทยานฯของบประมาณ  164 ล้านบาท ปรับปรุงคุณภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่อนุรักษ์ ผุดโครงการจัดการขยะในอุทยานแห่งชาติทางทะเล

นายสมหมาย กิตยากุล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดสรรงบประมาณ 164 ล้านบาทปรับปรุงคุณภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่อนุรักษ์ ในพื้นที่

อุทยานแห่งชาติ โดยเน้นการพัฒนาและปรับปรุงศูนย์บริการการท่องเที่ยว สิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งในส่วนของบ้านพัก ลานกางเต็นท์ ห้องน้ำ การพัฒนารูปแบบการถ่ายทอดองค์ความรู้และเสริมสร้างจิตสำนึกด้านการ

อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ทั้งในส่วนของป้ายสื่อความหมาย แผ่นพับประชาสัมพันธ์ รวมทั้งผ่านกิจกรรมนันทนาการต่างๆ ได้แก่ การเดินศึกษาในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ การบรรยายให้ความรู้ในศูนย์บริการการท่องเที่ยว

เป็นต้น ทั้งนี้ มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยงามและน่าสนใจ ประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติ จำนวน 148 แห่ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า จำนวน 10 แห่ง รวมทั้งหน่วยงานอื่นๆ ได้แก่

วนอุทยาน สวนพฤกษศาสตร์ สวนรุกขชาติ หน่วยจัดการต้นน้ำ หน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำ และโครงการพระราชดำรินายสมหมาย กล่าวว่า สำหรับมาตรการในการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และการดูแลรักษา

ความสะอาด โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญ ได้มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการบริการและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ พร้อมรับนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลท่องเที่ยว วันปีใหม่ และวันสงกรานต์ รวมทั้งมีการจัดทำ

โครงการขยะคืนถิ่น ซึ่งรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวนำขยะที่เกิดจากกิจกรรมการท่องเที่ยวออกมาทิ้งนอกแหล่งท่องเที่ยว และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 ได้มีการพัฒนาระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียม และจองบ้านพักออนไลน์

ควบคู่กับจัดทำข้อมูลปริมาณนักท่องเที่ยวตามความสามารถในการรองรับได้ของแต่ละพื้นที่ รวมทั้งแอพพลิเคชั่นในการสืบค้นข้อมูลและนำทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ซึ่งคาดว่าจะสามารถใช้งานได้ใน

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 นี้นอกจากนี้ สำหรับในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 กรมอุทยานฯ ได้เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณบูรณาการ เพื่อเสริมคุณภาพการท่องเที่ยว โดยเน้นการพัฒนาการบริการ และการบริหารจัดการที่

เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บนพื้นฐานความยั่งยืนของทรัพยากรป่าไม้ ใน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ วงเงินงบประมาณ 164 ล้านบาท โดยประกอบด้วยกิจกรรมการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง

และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อันได้แก่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว บ้านพัก ศาลาอเนกประสงค์ ห้องน้ำ ปรับภูมิทัศน์และเส้นทาง เป็นต้น

นอกจากนั้น ยังได้เตรียมโครงการจัดการขยะแบบองค์รวม วงเงินงบประมาณ 17 ล้านบาท ประกอบด้วย กิจกรรมการบริหารจัดการขยะที่เกิดจากกิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเล 9 แห่ง ได้แก่

อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อุทยานแห่งชาติตะรุเตา อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง อุทยานแห่งชาติเขาแหลม

หญ้า-หมู่เกาะเสม็ด อุทยานแห่งชาติหาดวนกร และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง

ขอบคุณแหล่งที่มา www.posttoday.com