Press "Enter" to skip to content

ผจญภัยท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ Posts

ตามรอยพระบาท ทุ่งโปร่งทอง เที่ยวเชิงอนุรักษ์ สวนพฤกษศาสตร์ จ.ระยอง

ตามรอยพระบาท ทุ่งโปร่งทอง เที่ยวเชิงอนุรักษ์ สวนพฤกษศาสตร์ จ.ระยอง

หากพูดถึงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ขอให้เพื่อนๆ ปักหมุด จ.ระยอง ไว้ในลิสได้เลย เพราะเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

และกำลังมาแรง แถมยังอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อีกด้วย เราจึงอยากพาเพื่อนๆ ไปชมสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจใน จ.ระยองกัน

โดยครั้งนี้จะเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และสถานที่แห่งนั้นก็คือ ทุ่งโปร่งทอง ปากน้ำกระแซ และสวนพฤกษศาสตร์ จ.ระยอง นั่นเอง

หากพูดถึงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ขอให้เพื่อนๆ ปักหมุด จ.ระยอง ไว้ในลิสได้เลย เพราะเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

และกำลังมาแรง แถมยังอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อีกด้วย เราจึงอยากพาเพื่อนๆ ไปชมสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจใน จ.ระยองกัน

โดยครั้งนี้จะเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และสถานที่แห่งนั้นก็คือ ทุ่งโปร่งทอง ปากน้ำกระแซ และสวนพฤกษศาสตร์ จ.ระยอง นั่นเอง

ทุ่งโปร่งทอง

ที่ทุ่งโปร่งทองนั้นต้องเล่าก่อนว่าในอดีตเคยเป็นพื้นที่ธรรมชาติเสื่อมโทรม แต่ได้รับการดูแลอนุรักษ์จนกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ที่มีการพัฒนาป่าชายเลนที่ใหญ่ที่สุดใน จ.ระยอง และสุดท้ายก็ได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ทั้งให้ความรู้และสามารถไปชมความสวยงาม

ของธรรมชาติที่มีทั้งป่าโกงกาง ไม้ริมฝั่ง และไม้โปรงที่ขึ้นอยู่หนาแน่นได้ และเมื่อผืนป่าสะท้อนกับแสงแดดนั้นก็เกิดกลายเป็นทุ่งสีทองกว้างใหญ่สวยงามให้เราได้ไปถ่ายรูปสวยๆ กัน

ซึ่งเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาตินั้นจะเริ่มจากสะพานไม้ที่ชุมชนแสมผู้ หากเพื่อนๆ ไปเที่ยวทุ่งโปรงทองนั้นควรไปในช่วงเช้าเพราะแดดจะไม่แรงมากนัก

สามารถเดินเที่ยวเล่นได้สบายๆ ตามระยะทางเดินสำรวจธรรมชาติ นอกจากจะมีต้นโปรงแล้วเพื่อนๆ ยังจะได้ชมป่าชายเลน และป่าโกงกางที่ยังอุดมสมบูรณ์อยู่ด้วย

ซึ่งการเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาตินั้นจะต้องเดินเข้าสู่ระแนงไม้ผ่านป่าชายเลน ซึ่งเพื่อนๆ จะได้เดินไปตามป่าประมาณ 200 เมตรก่อนที่จะทะลุออกมาอยู่กลางทุ่งโปรงทองอันสวยงาม

ค่าเข้าชม : ฟรี
วันเวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่ 6.00 – 18.00 น.
ที่อยู่ : หมู่ 7 ปากน้ำประแส อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
เบอร์โทรศัพท์ : 038 661 720-1

ท่องเที่ยวไทย – ที่เที่ยว

เที่ยวเชิงอนุรักษ์ ตามรอยพระบาททุ่งโปร่งทอง – สวนพฤกษศาสตร์ จ.ระยอง

ตามรอยพระบาท ทุ่งโปร่งทอง เที่ยวเชิงอนุรักษ์ สวนพฤกษศาสตร์ จ.ระยอง

Traveloka, 2 years ago 0 1 min read 2330
หากพูดถึงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ขอให้เพื่อนๆ ปักหมุด จ.ระยอง ไว้ในลิสได้เลย เพราะเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและกำลังมาแรง แถมยังอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อีกด้วย เราจึงอยากพาเพื่อนๆ ไปชมสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจใน จ.ระยองกัน โดยครั้งนี้จะเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และสถานที่แห่งนั้นก็คือ ทุ่งโปร่งทอง ปากน้ำกระแซ และสวนพฤกษศาสตร์ จ.ระยอง นั่นเอง

วันเวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่ 6.00 – 18.00 น.
ที่อยู่ : หมู่ 7 ปากน้ำประแส อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
เบอร์โทรศัพท์ : 038 661 720-1

สวนพฤกษศาสตร์ ​ระยอง

หากต้องการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ระยอง นอกจากทุ่งโปร่งทองแล้วก็ต้องมาที่สวนพฤกษศาสตร์เนี่ยแหละ เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่น่าสนใจ

มีสัตว์ท้องถิ่น พรรณไม้ประจำถิ่น ทั้งพืชบนบกและพรรณไม้น้ำมากมายให้เพื่อนๆ ได้ชม การเดินทางเข้าเยี่ยมชมสวนพฤกษศาสตร์นั้นก็มีหลายแบบ

โดยจะนั่งเรือหรือจะเดินเท้าก็ได้ ซึ่งทั้งสองแบบก็จะได้บรรยากาศแตกต่างกันออกไป หากใครอยากนั่งเรือ อย่าลืมโทรเข้ามาบอกเจ้าหน้าที่กันก่อนด้วยนะ


โดยการนั่งเรือเข้ามาในพื้นที่ของสวนพฤกษศาสตร์นั้น เพื่อนๆ จะได้พบกับบึงน้ำจืด ซึ่งเกิดจากน้ำขังซึ่งจริงๆ

แล้วถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะช่วยในการทำให้น้ำเค็มไม่เข้ามาในพื้นแผ่นดินที่มากเกินไป การนั่งเรือชมนั้นเพื่อนๆ

จะได้เห็นดอกบัวมากมาย หลากหลายชนิด ทั้งบัวเผือน บัวสาย ผัวบาดอกสีขาว บัวดอกหลวงชมพู สวยงามมากๆ

ถ้าหากเดินไปก็จะได้เดินผ่านกำแพงดอกหญ้าสวยงาม เจอบึงบัว ได้เดินเข้าชมธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เป็นสถานที่

ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่คนยังไม่พลุกพล่าน หลีกหนีความวุ่นวาย ได้ยินแต่เสียงของธรรมชาติที่แท้จริง แถมยังมีจุดไฮไลท์

อยู่ที่สะพานไม้ข้ามแม่น้ำที่เพื่อนๆ สามารถมาถ่ายรูปได้

ค่าเข้าชม : ค่าเช่าเรือท้องแบนชั่วโมงละ 500 บาท นั่งได้ 13 คน ค่าเช่าเรือท้องวี ชั่วโมงละ 400 บาท นั่งได้ 13 คน เรือพาย ชั่วโมงละ 20 บาท

วันเวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่ 8.30 – 16.00 น.

ที่อยู่ : สวนพฤกษศาสตร์ระยอง ตู้ ปณ. 2 ไปรษณีย์กล่ำ อ. แกลง จ. ระยอง 21190

เบอร์โทรศัพท์ : 038 638 881

เห็นไหมล่ะว่าที่ระยองนอกจากจะมีทะเลแล้วยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย ยิ่งการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

แบบนี้กำลังฮอตฮิตเลย หากได้แวะมาระยองก็ไม่ควรพลาดกันนะ เมื่อลิสต์แพลนท่องเที่ยวที่จะไปกันได้แล้ว ก็รีบจอง

ที่พักระยองกันเลยดีกว่า ยิ่งจองที่พักระยองกันล่วงหน้า ยิ่งได้ราคาดี๊ดี ยิ่งไปกว่านั้นหากจองที่พักกับ Traveloka

ที่มักจะมีส่วนลดมากมายมานำเสนออยู่เสมอ ยิ่งทำให้ราคายิ่งถูกลงไปอีก แถมการจองก็แสนจะง่าย จะจองผ่านหน้าเว็บ

หรือผ่านแอพพลิเคชั่นก็ได้ จ่ายเงินที่เซเว่นหรือจะโอนผ่าน internet banking หรือจะจ่ายที่ตู้โอนเงิน ไปจ่ายที่ธนาคารก็ได้หมด

เพราะฉะนั้นรออะไรล่ะ รีบจองที่พักระยอง กับ Traveloka กันเลย

ขอบคุณแหล่งที่มา blog.traveloka.com

เที่ยวเชิงอนุรักษ์ ด้วยใจ ต้องทำอย่างไร

เที่ยวเชิงอนุรักษ์ ด้วยใจ ต้องทำอย่างไร

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงและหลายคนอาจจะไม่ได้ใช่หยุดหรือกำลังรอวันหยุดยาวเพื่อที่จะเดินทางไปเที่ยวกันอยู่

และการท่องเที่ยงท่องเที่ยว เชิงนิเวศ หรือเชิงอนุรักษ์ก็เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมาก หลายคนไป

เที่ยวแล้วพาความเจริญและสิ่งต่างๆที่ไม่ควรนำไปด้วย ผมเลยหยิบเรื่องราวของการท่องเที่ยวและข้อแนะนำสำหรับ

ท่องเที่ยวเชิงนิเวศด้วยใจอนุรักษ์มาฝากชาวไอทีเมามันส์กันการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์หรือเชิงนิเวศ มีความแตกต่าง

จากการท่องเที่ยวทั่วไปคือ การให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์เป็นหลัก นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยว

ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่น่าสนใจของชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมด้วยซึ่งจุดเด่นของการท่องเที่ยวนี้ คือ การมีส่วน

ร่วมของชุมชนท้องถิ่น ชุมชนได้รับผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวทั้งทางตรงและทางอ้อม รูปแบบของการมีส่วนร่วม

ของชุมชน ได้แก่ การลงทุนเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดเล็กที่ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่ำ การเป็นมัคคุเทศก์

การนำสินค้าที่เป็นศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านมาขายแก่นักท่องเที่ยว และการจ้างงานในส่วนบริการอื่นๆ เป็นต้น

 

เที่ยวเชิงอนุรักษ์ ด้วยใจ ต้องทำอย่างไร

 

ข้อแนะนำในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ฯ

ไม่ทิ้งเศษอาหาร และขยะมูลฝอยลงในน้ำ ไม่เก็บก้อนหิน เปลือกหอย หรือสิ่งอื่นใดในบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวนั้น ๆ กลับบ้าน

ไม่ส่งเสียงดัง อันเป็นการรบกวนผู้อื่นรวมทั้งสัตว์ที่อยู่ในพื้นที่ รวมถึงไม่ล่า ทำลาย หรือกระทำการใดๆ อันจะทำให้

พืช สัตว์ และสภาพแวดล้อมเสียหาย

ไม่ประพฤติปฏิบัติขัดต่อวิถีชีวิตประเพณีนิยมของคนท้องถิ่น ลองสังเกตการประพฤติปฏิบัติของคนในพื้นที่ เพื่อที่เรา

จะได้ปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง รู้จักกาลเทศะอันควร ทั้งหมดนี้เราจะได้รับการต้อนรับและไมตรีที่ดีตอบกลับมา

และยังจะได้เรียนรู้ถึงวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่ไปท่องเที่ยวอีกด้วยการท่องเที่ยวเชิงนิเวศหลายพื้นที่

มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัยได้ในหลากหลายรูปแบบ ดังนั้น ก่อนเดินทางควรตรวจสอบสภาพอากาศและสภาพพื้นที่

จัดเตรียมอุปกรณ์และสิ่งของที่จำเป็น เลือกสถานที่ในการเล่นน้ำ หรือดำน้ำในบริเวณที่ปลอดภัย ปฏิบัติตามกฎระเบียบ

หรือคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญหากนำเด็กไปด้วยต้องดูแลอย่างใกล้ชิดหวังว่าเป็นข้อมูลที่พอจะทำให้หลายคน

มีความเข้าใจในการท่องเที่ยวรูปแบบนี้ได้ เพื่อความยั่งยืนและให้สถานที่ท่องเที่ยวนั้นอยู่กับเรานานๆ

และยังคงความสวยงามเพื่อนักท่องเที่ยวท่านอื่นๆต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา www.itmoamun.com

ป่าเขาภูหลวง แหล่งเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ป่าเขาภูหลวง แหล่งเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ตั้งอยู่บ้านคลองสมบูรณ์ หมู่ 9 ตำบลระเริง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ คลอบคลุมพื้นที่ 170,000 ไร่

เป็นเทือกเขาป่าดิบแล้วมีศูนย์ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเจ้าหน้าที่ประจำ เปิดให้บริการเข้าค่ายศึกษาธรรมชาติในทุกรูปแบบ

และจัดกิจกรรมต่างๆ พร้อมที่พักทั้งแบบบ้านและเต็นท์ มีกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น การเดินป่าศึกษาธรรมชาติเพื่อชมสภาพป่าดิบ

แล้งของเขาโซ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่า มากมาย การพายเรือ ดูนก ดู ผีเสื้อ การศึกษาท้องฟ้ายามค่ำคืนสามารถมองเห็นกลุ่มดาวต่าง ๆ

ได้อย่างชัดเจนในบริเวณโครงการมีบ้านพักและอาคารนอนไว้รองรับนักท่องเที่ยว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 08 7256 7507, 08 7869 0491

การเดินทาง จากตัวเมืองนครราชสีมา ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 304 สายนครราชสีมา–ปักธงชัย – วังน้ำเขียว แยกเข้าถนนสาย 2072 ในเขต อำเภอปักธงชัย

ผ่านไปบ้านตะขบ – บ้านหนองปล้อง –บ้านไทรงาม หรือจะเลยไปยังอำเภอวังน้ำเขียวแล้วแยกเข้าสู่ถนน 2235

บริเวณก่อนถึงที่ว่าการอำเภอวังน้ำเขียว ประมาณ 20 กิโลเมตร จากนั้นเข้าสู่ถนนลูกรังประมาณ 6-8 กิโลเมตร ถึงทางแยกเข้าที่ทำการภูหลวงระยะทาง 6 กิโลเมตร


ที่นี่เป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่มีสะพานให้ชมต้นไม้และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนต้นไม้กันแบบใกล้ชิด เรียกสะพานนี้ว่า “สะพานศึกษาเรือนยอดไม้”

สวนพฤกษศาสตร์สากลภาคใต้ (ทุ่งค่าย) อยู่ที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว มีพื้นที่ประมาณ 2,600 ไร่

พื้นที่ทั่วไปเป็นที่ราบและเนินเขาเตี้ยๆ ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบ มีป่าพรุและทุ่งหญ้า เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกวัย

ที่ไฝ่เรียนรู้ ศึกษาธรรมชาติและพรรณไม้ สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ” 1 ใน 5 แห่งของภาคใต้

จากแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบทั้งหมด 31 แห่ง ทั่วประเทศของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติส่วนพฤกษศาสตร์นี้

อยู่บน ถ.ตรัง-ปะเหลียน ต.ทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว ห่างจากตัวจังหวัดตรังแค่ประมาณ 13 กิโลเมตร ที่นี่เคยเป็นบริเวณตั้งค่ายพักแรมของกองพล

ในปกครองของเจ้าพระยานครน้อย ซึ่งยกทัพปราบกบฏวันหมาดหลีในต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งเมื่อกบฏรู้ว่าใครจะมาปราบก็เผ่นหนี

เพราะเกรงในฝีมือตั้งแต่ยังไม่ได้รบกัน จนมาถึงปี พ.ศ. 2536 นายกชาวตรังคนแรก นายชวน หลีกภัย ได้ดำริให้ตั้งสวนพฤกษศาสตร์

สากลภาคใต้บนที่ดิน 2600 ไร่นี้สวนป่าแห่งนี้ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยต้นไม้ที่ดูใหญ่จนเกินจริง ทั้งกอเฟิร์นข้าหลวงยักษ์

และต้นระกำที่ใหญ่อย่างกับเราหลุดเข้าป่ายุคไดโนเสาร์ เมื่อเดินเข้าสู่ประตูของป่าแล้ว ก็จะพบกับทางเลือกซ้ายขวาซึ่งจะนำ

เราไปสู่จุดหมายเดียวกันคือทางขึ้นหอคอยเรือนยอด แต่เราแนะนำให้คุณเลี้ยวไปทางซ้าย ซึ่งจะได้เดินไกลกว่านิดหน่อย

แต่จะได้เจอกับการผจญภัยที่ให้ความสนุกสนานได้มากกว่ากันแยะ สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ทำป้ายข้อมูลเกี่ยวกับต้นไม้

และระบบนิเวศน์แทบจะทุกสิบเมตรที่เราเดินผ่าน ซึ่งเป็นแหล่งรวมพันธุ์ไม้ท้องถิ่นภาคใต้ที่หายาก และแบ่งเป็นสัดส่วนแยกตามประเภทของพันธุ์ไม้

โดยทางสวนพฤกษศาสตร์ได้จัดเส้นทางในการศึกษาธรรมชาติบริเวณโดยรอบ ที่สำคัญคือ “เส้นทางศึกษาธรรมชาติเรือนยอดไม้

ป่าเขาภูหลวง แหล่งเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ซึ่งเป็นจุดไฮไลท์ของสวนแห่งนี้ ซึ่งมีทางเดินชมเรือนยอดไม้ที่ยาวและสูงที่สุดแห่งแรกในประเทศไทย มีหอสูง 3 ระดับ คือ 10, 15 และ 18 ตลอดทางเดิน 175 เมตร

ก่อนจะขึ้นไปก็ควรจะได้รู้ก่อนว่า ทางเดินบนยอดไม้เหล่านี้รับน้ำหนักได้ไม่เกิน 800 กิโลกรัม ดังนั้นจึงควรเดินบนสะพานครั้งละไม่เกิน 5 คน

แต่ละช่วงจะได้สัมผัสธรรมชาติที่แตกต่างกันไป เราจะได้เห็นเรือนยอดของต้นไม้และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ จำพวก นก กระรอก พวกลิงพวกค่าง

หรือแม้แต่ดอก ผล ของต้นไม้ก็มีให้ดูอย่ารอรีอีกเลยเชิญก้าวเท้าขึ้นสู่เส้นทางการสัมผัสธรรมชาติเรือนยอดไม้กันดีกว่า ระดับแรกความสูงอยู่ประมาณ 10 เมตร

อาจจะเห็นเรือนยอดของไม้ต้นที่ไม่สูงมากนัก เดินต่อไปถึงช่วงระดับที่สองที่สูงขึ้นอีกหน่อย ช่วงนี้อาจจะเห็นนกบินไปบินมา หรือเห็นตัวกระรอก

กระโดดจากกิ่งไม้ต้นโน้นมาต้นนี้ เราก้าวเท้าไปเรื่อยๆ ถึงระดับที่สามที่มีความสูงที่สุด ถึงช่วงนี้ทุกคนจะร้อง ว้าว! พร้อมกับสูดอากาศเข้าเต็มปอด

และมองไปรอบๆ จะเห็นผืนป่าที่มีความสมบูรณ์กลางเมืองตรังก็ว่าได้ และที่ไม่ควรพลาด! ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกคู่กับยอดไม้และสะพาน

แล้วก็ได้เวลาเดินไปตามช่วงสะพานที่เชื่อมต่อกับหอคอยที่ลดระดับลงเรื่อยๆ ช่วงสะพานที่ 4 ช่วงสะพานที่ 5 และเดินลงสู่พื้นดิน

เดินหน้าต่อสู่เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าพรุ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตรกว่าๆ ตลอดเส้นทางจะได้สัมผัสกับพืชพรรณไม้พื้นล่างจำพวกหวาย

เถาวัลย์ อาทิ ระกำ หลุมพี ยี่โถปีนัง หม้อข้าวหม้อแกงลิง เผลอแป๊บเดียวการเดินทางก็สิ้นสุดทางที่สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้

(ทุ่งค่าย) แห่งนี้ ยังเป็นสวนพรรณไม้แห่งความรักที่มีคู่บ่าวสาวหรือคู่รักมาปลูกต้นไม้ทุกปีในวันวาเลนไทน์


อยู่ที่บ้านบ่อหิน ตำบลบ่อหิน อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่เริ่มก่อตั้งโดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชน

เลี้ยงปลากะพงปลาเก๋าในกระชัง 100 กระชัง ในคลองสิเกา อ.สิเกา จัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าชายเลน

เสน่ห์ของการท่องเที่ยวของชุมชน เน้นกิจกรรมที่มีส่วนร่วมในชุมชน ตั้งแต่การท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิต

ได้สัมผัสเรียนรู้วิถีชีวิตแบบชาวประมง นอนพักบ้านชาวประมง ศึกษาการประมงพื้นบ้าน การออกเรือวางลอบปุ ลอบปลา อวนปลา อวนกุ้ง การตกหมึก

ที่นี่ได้จัดกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกอย่างสร้างสรรค์ไว้หลากหลาย เดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน หรือการเดินทางด้วยเรือตามลำคลอง

การดำน้ำดูปะการังในบริเวณเกาะเล็กๆ ที่ไม่มีทัวร์ไหนพาไปได้และที่สุดยอดคือ ชุมชนพบบ่อน้ำร้อนที่อยู่ในบริเวณลำคลองป่าชายเลน

อุณหภูมิน้ำร้อนประมาณ 45 องศา เป็นบ่อร้อนเค็มแห่งเดียวในจังหวัดตรัง สามารถไปได้โดยเฉพาะช่วงน้ำทะเลลงต่ำสุด

จะสามารถมองเห็นน้ำร้อนพุ่งออกจากบ่อ บริเวณนี้ยังจะพบปูสวยงามหลากสี ปูก้ามดาบมากมาย จุดเด่นอีกอย่างคือกิจกรรม

ร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการปลูกป่าชายเลน การปลูกหญ้าทะเลที่บ้านปากคลอง เม็ดหญ้าทะเลเขียวใส ซึ่งเป็นอาหารของปลาพะยูน

ที่ใกล้จะสูญพันธ์แล้ว การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ จุดขายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาพักและร่วมทำกิจกรรมเชิงอนุรักษ์

ก็คือการได้ทานอาหารทะเลสดๆ กันทุกมื้อ ในบรรยากาศที่พิเศษพิเศษ และที่นี่สามารถมาเที่ยวพักผ่อนได้ทั้งปี

ขอบคุณแหล่งที่มา sites.google.com

ดอยค้ำฟ้า เชิงอนุรักษ์ จ.เชียงใหม่

ดอยค้ำฟ้า เชิงอนุรักษ์ จ.เชียงใหม่

ขอพาท่านไปรู้จักกับแหล่งท่องเที่ยวอันซีนเชิงอนุรักษ์ ที่มีผืนป่าอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย นามว่า ดอยค้ำฟ้า ยอดดอยสำหรับคนรักธรรมชาติ

รักสัตว์และผืนป่า ท่านจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด คลุกคลีกับ ป่าสน ท่ามกลางทัศนียภาพความงดงามและสภาพอากาศอันแสนวิเศษดอยค้ำฟ้า ฟ้าอยู่ค้ำคน คนไม่อยู่ค้ำฟ้า

ตั้งอยู่ที่หน่วยจัดการต้นน้ำแม่งาย ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.ทุ่งข้าวพวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,834 เมตร ปัจจุบันดอยค้ำฟ้า

มีสถานะเป็นป่าที่มีอายุเกิน 30 ปี จึงเหลืออัตราจ้างงานได้เพียงแค่ 1 คน ซึ่งในความเป็นจริง ภาระกิจหลักไม่สามารถทำได้ การดูแลรักษาป่าเนื้อที่นับพันไร่

การทำแนวกันไฟ การปลูกทดแทน จำเป็นต้องใช้แรงงานพอสมควร แต่เนื่องจากไม่มีงบ ในการจ้าง จึงจำเป็นต้องเปิดเป็นการท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์

ศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติ ใช้การท่องเที่ยวนำ เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ ในการจ้างแรงงาน

ดอยค้ำฟ้า หรือ กิ่วใจหาย เหมาะสำหรับผู้มีใจรักธรรมชาติ พักแรมแบบกางเต็นท์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบปิด ก่อนขึ้นไปต้องโทรแจ้ง

หัวหน้าหน่วยจัดการต้นน้ำแม่งายก่อน เบอร์ 081 992 7346 (พี่แก้ว) เนื่องจากถนนเป็นเส้นทางลำลอง หน้าฝนต้องใช้ 4×4 หน้าหนาว 4×2 ผ่านได้

แต่ความสำคัญอยู่ที่ถนนแคบ และชันเป็นบางช่วง ต้องติดต่อก่อน เจ้าหน้าที่อาจนำรถมารับ เพื่อลดปัญหาด้านการจราจร ประกอบกับด้านบนไม่มีที่จอดรถ

จึงจำกัดนักท่องเที่ยวแต่ละทริปไม่เกิน 50 คน ระยะทางจากปากทางขึ้น ถึงจุดพักแรม(จุดชมวิว) ประมาณ 8 ก.ม. ส่วนไฮไลท์สำคัญคือการชมทะเลหมอก

ที่เบื้องหลังคือยอดดอยหลวงเชียงดาว มันช่างงดงามยิ่งนัก


การเดินทาง

จากเชียงใหม่-เชียงดาว และใช้เส้นทาง เชียงดาว-เวียงแหง ขับไปจนถึง สะพานข้าม ห้วยน้ำกัด ขวามือจะมีป้ายดอยค้ำฟ้า บอกชัดเจนประมาณหลัก ก.ม ที่ 26-27

ดอยค้ำฟ้าจะอยู่ก่อนหน่วยจัดการต้นน้ำขุนคอง ถ้าถึงหน่วยจัดการต้นน้ำขุนคอง ถือว่าเลยไปแล้ว ให้กลับรถ

ขอบคุณแหล่งที่มา travel.mthai.com

ป่าชายเลน คลองโคเที่ยวเชิงอนุรักษ์ จ.สมุทรสงคราม

ป่าชายเลน คลองโคเที่ยวเชิงอนุรักษ์ จ.สมุทรสงคราม

ไม่เคยคิดเลยว่าการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในบ้านเราจะได้สนุกครบรสเหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัยได้ขนาดนี้ จวบจนได้มีโอกาสสัมผัสด้วยตัวเองที่

ศูนย์อนุรักษ์ ป่าชายเลนคลองโคน จ.สมุทรสงคราม ที่เที่ยวเชิงอนุรักษ์ซึ่งห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 72 กิโลเมตร นอกจากจะได้เห็นวิถีชีวิต

ชาวประมงของคลองโคลนในการเลี้ยงหอยนางรมและหอยแมลงภู่กลางทะเล ทำเคย(กะปิ) อย่างใกล้ชิดแล้ว เรายังได้ปลูกต้นแสม

ต้นลำพู ฟื้นฟูป่าชายเลนช่วยสร้างแหล่งอาหารให้สัตว์ทะเลอีกด้วย


ต่อด้วยการล่องเรือชมความสมบูรณ์ของสถานที่โดยรอบของป่าชายเลนที่สมเด็จพระเทพฯ ทรงปลูกไว้ตั้งแต่ปี 2540-2547

สร้างความอุดมสมบูรณ์ทั่วบริเวณ เป็นแหล่งอาหารให้ลิงแสมนับพันตัวที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลนแถบนี้ ได้เพลิดเพลินกับการให้กล้วยน้ำหว้าแก่ลิงแสมตัวเล็ก

ตัวใหญ่ ที่วิ่งเล่นไต่ต้นไม้ หาอาหารอยู่สองฝั่งริมคลอง เห็นลิงได้กินกล้วยแล้วเราก็เกิดอาการหิวกันบ้าง อาหารทะเลสดๆ

กับน้ำพริกกะปิรสเด็ดอันขึ้นชื่อของชาวคลองโคลนกินกันบนกระเตงกลางทะเล งานนี้ไม่รู้ว่าเพราะอาหารอร่อยหรือบรรยากาศพาไป

เล่นเอาเราเจริญอาหารไปตามๆ กัน ได้อิ่มทั้งอาหารและบรรยากาศแทบไม่อยากจากกระเตงอันเงียบสงบไปไหนเลย

ขอบคุนแหล่งที่มา travel.mthai.com

มันส์สุดขั้ว ล่องแก่งลำน้ำเข็ก ผจญภัยเพชรบูรณ์ –พิษณุโลก

มันส์สุดขั้ว ล่องแก่งลำน้ำเข็ก ผจญภัย เพชรบูรณ์–พิษณุโลก

ผู้สื่อข่าวพิเศษของเรา คุณซัน พิชยดนย์ จะพาคุณผู้ชมไป ท่องเที่ยวแบบผจญภัย ที่เหมาะกับช่วงฤดูฝนแบบนี้

ครั้งนี้พิเศษกว่าครั้งไหนๆ เพราะเป็นการพาเที่ยววันเดียว 2 จังหวัด กับ 2 กิจกรรมสนุกสุดขั้ว คือการพิชิตล่องแก่งลำน้ำเข็ก

จังหวัดพิษณุโลก และโรยตัวน้ำตกวังตุ้ม ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งคุณซันเอง ถือเป็นนักท่องเที่ยวคนแรกที่ได้ร่วมกิจกรรม

หลังจากน้ำตกวังตุ้ม เพิ่งเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวไปเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาพูดถึงจังหวัดเพชรบูรณ์ หลายๆ คนคงนึกถึงภูเขาสวยๆ บรรยากาศดี

มีวิวทะเลหมอกให้ชม แต่วันนี้ผม ซัน พิชยดนย์ จะพาเปลี่ยนบรรยากาศ ไปสัมผัสกับกิจกรรมท่องเที่ยวผจญภัยรูปแบบใหม่

ภารกิจก็คือการโรยตัวน้ำตกวังตุ้ม ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ผสมผสานระหว่างการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และผจญภัย ไว้ด้วยกัน เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ

ชุมชนอนุรักษ์ธรรมชาติบ้านดงหลง และกลุ่มเขาค้อเอกซ์พลอเรอร์ เพื่อให้น้ำตกแห่งนี้เป็นที่รู้จักมากขึ้น พร้อมกับสร้างความเข้าใจให้นักท่องเที่ยวเคารพธรรมชาติ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

มันส์สุดขั้ว ล่องแก่งลำน้ำเข็ก ผจญภัย เพชรบูรณ์–พิษณุโลก

หลังจากสวมใส่อุปกรณ์เซฟตี้และเรียนรู้วิธีการใช้งานแล้ว เจ้าหน้าที่จะสอนขั้นตอนการปล่อยเชือก การทิ้งน้ำหนัก และการก้าวเท้า จนเข้าใจก่อนที่จะโรยตัวจริง


วินาทีแรกที่ได้ทิ้งตัวลงมา ความรู้สึกมันหลากหลายจริงๆครับ ทั้งหวาดเสียว ตื่นเต้น แต่ไม่นานก็กลายเป็นความสนุก

ยิ่งได้มองไปรอบๆ ราวกับต้องมนต์สะกด จนอยากจะหยุดเวลาไว้เลย นี่คือลำน้ำเข็ก ที่คนรักการล่องแก่งทุกคนไม่ควรพลาด

โดยเฉพาะหน้าฝนแบบนี้ ยิ่งมีกระแสน้ำไหลแรงมากเท่าใด ก็ยิ่งสร้างความสนุกได้เท่านั้นล่องแก่งแต่ละครั้งนั้น จะต้องมีผู้เล่นไม่ต่ำกว่า 6 คนต่อลำ

ขึ้นอยู่กับความแรงของกระแสน้ำ และจะมีนายหัวและนายท้าย เป็นผู้บังคับทิศทางเรือ ส่วนคนที่เหลือก็ช่วยกันออกแรงพาย ได้ทั้งออกกำลัง ได้ความสนุกสนาน ท้าทาย

ทุกครั้งที่ผ่านแก่งหินน้อยใหญ่ นอกจากนี้ยังได้ชมทัศนียภาพสองฝั่งลำน้ำที่ถูกปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น นับว่าเป็นโชคดี

เพราะวันที่ผมมานี้ น้ำมีปริมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นจำนวนที่ดีที่สุดในการล่องแก่ง

นอกจากแก่งซาง แก่งโสภาราม และแก่งนางคอย ที่เป็นไฮไลท์ของลำน้ำเข็กแล้ว ก็ยังมีแก่งยาว เป็นไฮไลท์สุดท้าย ที่ผมต้องยกให้ว่าเป็นแก่งที่โหดที่สุด มันส์ที่สุด

นี่คือ 2 จังหวัด 2 กิจกรรมผจญภัย ใน 1 วันของผม ไม่ว่าจะเป็นการพิชิตล่องแก่งลำน้ำเข็ก ที่ตื่นเต้นเร้าใจตลอดเส้นทาง

หรือจะสุดขั้วกับการโรยตัวน้ำตกวังตุ้ม ที่ผมเชื่อว่าคงมีไม่กี่แห่งในประเทศไทย หรือในโลกก็ว่าได้ ที่เราจะได้โรยตัวผ่านม่านน้ำตกอันชุ่มฉ่ำ

พร้อมดื่มด่ำธรรมชาติจากมุมสูง สวย ๆ แบบนี้ นี่คือประสบการณ์สุดพิเศษ ที่ผมเอง หรือคุณ ก็คงไม่มีทางรู้ ถ้าไม่ได้ออกเดินทางมาสัมผัสด้วยตัวเอง

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.mediastudio.co.th

ท่องเที่ยวตราด วิถีชุมชน-เชื่อมโยงกัมพูชา

ท่องเที่ยวตราด วิถีชุมชน-เชื่อมโยงกัมพูชา

อพท. เปิดแผนพัฒนาพื้นที่จังหวัดตราดระยะ 5 ปี กระจายนัก ท่องเที่ยวสู่ชุมชน หนุนท่องเที่ยวเชิงประมง และเชิงนิเวศฯ ตามพื้นฐานทรัพยากรและวิถีชีวิต

เชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้านกัมพูชา ยกระดับไม่ใช่แค่เมืองผ่าน แต่นักท่องเที่ยวต้องแวะ และเพิ่มวันพักค้างคืนนายสุธารักษ์ สุนทรวิภาต

รองผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษ 3 องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เปิดเผยว่า

ได้จัดทำแผนพัฒนาพื้นที่พิเศษจังหวัดตราด ระยะ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2561-2565 เพื่อเตรียมรองรับการขยายตัวของนักท่องเที่ยวและนักเดินทาง

ซึ่งเป็นผลพวงจากโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี และการเดินทางเชื่อมโยง

ของประเทศในกลุ่มอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในเส้นทางเชื่อมโยงทางฝั่งตะวันออกอพท. 3 มีภารกิจดูแลพัฒนาพื้นที่ที่ประกาศเป็นพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้าง

และพื้นที่เชื่อมโยง เราจึงเห็นความสำคัญที่จะเตรียมความพร้อมให้กับชุมชนและผู้ประกอบการในการรองรับนักท่องเที่ยว และเพิ่มศักยภาพ

ให้แก่ชุมชนให้มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ซึ่งแผนพัฒนา 5 ปี ฉบับนี้ จะเน้นพัฒนาพื้นที่บนฝั่งตามฐานทรัพยากรและความโดดเด่นของชุมชนนั้นๆ

เป็นหลัก เพราะที่ผ่านมา อพท. พัฒนาพื้นที่เกาะ เช่น เกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก ไประดับหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะเกาะหมากที่ตั้งเป้าหมายเป็นโลว์คาร์บอนเดสติเนชั่น

ท่องเที่ยวตราด วิถีชุมชน-เชื่อมโยงกัมพูชา

ท่องเที่ยวโดยชุมชนประมงอีกหนึ่งแผนพัฒนาตราด

สำหรับแผนพัฒนา 5 ปี อพท. จะเน้นการพัฒนา 3 ประเด็นประกอบด้วย 1. พัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน ตามเกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนของประเทศไทย

(CBT Thailand) โดยจะคัดเลือกชุมชนที่มีความโดดเด่นเป็นที่น่าสนใจ 2-3 ชุมชน ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวรองในจังหวัดตราด

พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตามเกณฑ์สภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council :GSTC) ซึ่งที่ผ่านมา ทางพื้นที่ได้พัฒนาเกาะหมาก

ด้าน Low Carbon จนประสบความสำเร็จ และในปีนี้มีแผนที่จะพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยใช้ภาคีเครือข่ายที่มีความรู้ด้านการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

ทั้งการปล่อยควันพิษ น้ำเสีย มาบูรณาการร่วมกัน โดยร่วมมือกับองค์การบริหารการจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) จัดทำข้อมูลเรื่องการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์

เพื่อจะแสดงให้เห็นว่า ในพื้นที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์มากน้อยแค่ไหน พื้นที่มีการดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมตามเกณฑ์ GSTC

รวมถึงสนับสนุนให้ผู้ประกอบการโรงแรมให้มีการบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น


เกาะหมากที่ขึ้นชื่อเรื่อง Low Carbon
เกาะหมากที่ขึ้นชื่อเรื่อง Low Carbon

3.พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้านจากจังหวัดตราดสู่ประเทศกัมพูชา ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนสองประเทศ

คือจังหวัดตราด ประเทศไทย- จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา ชูจุดขายวิถีชีวิตประมงชายฝั่งและป่าชายเลน สำหรับปีงบประมาณ 2562 จะขยายเส้นทางไปถึงสีหนุวิลล์

ประเทศกัมพูชา ใช้เวลาเดินทางราว 4 ชั่วโมง โดยร่วมกับสมาคมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย หรือ TEETA ศึกษาและสำรวจแหแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

เพื่อหาจุดขายที่เป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่น ประเมินและรับฟังความคิดเห็น พร้อมทั้งจะเร่งประชาสัมพันธ์ถึงความสะดวกในการข้ามแดน ซึ่งในอนาคตตั้งเป้าหมาย

จะขยายเส้นทางเชื่อมโยงเส้นนี้ไปถึงประเทศเวียดนามด้วย


เกาะกง หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงตราด-กัมพูชา

นายสุธารักษ์ กล่าวอีกว่า ปีงบประมาณ 2652 อพท. ได้เข้าไปพัฒนาการบริหารจัดการให้กับชุมชนท่าระแนะ อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด

พร้อมร่วมกับชุมชนจัดทำโปรแกรมการท่องเที่ยว เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว จุดเด่นชุมชนนี้คือมีผืนป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ขนาด 2,000 ไร่ เป็นป่าโกงกาง ป่าจาก และป่าตะบูน

ซึ่งรากตะบูนที่อยู่เหนือผืนดินถือเป็นความมหัศจรรย์จากธรรมชาติ การเข้าชมความงามต้องเดินทางโดยเรือ จึงคาดว่าจะเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

ขอบคุณแหล่งที่มา mgronline.com

ป่าต้นน้ำ จ.สุราษฎร์ธานี

ป่าต้นน้ำ จ.สุราษฎร์ธานี

ป่าต้นน้ำ บ้านน้ำราด” เป็น แหล่งท่องเที่ยว ของชุมชน ตั้งอยู่ที่ ต.บ้านทำเนียบ อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี

รายรอบด้วยผืนป่าเขียวชอุ่ม และมีต้นน้ำลำธารขนาดเล็ก ซึ่งเกิดจากธรรมชาติ น้ำใสมากๆ จนมองเห็นพื้นด้านล่างชัดแจ๋ว นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำได้ หรือพายเรือเล่นก็สนุกสนาน

ป่าต้นน้ำ จ.สุราษฎร์ธานี

ขอบคุณแหล่งที่มา travel.mthai.com…

บึงฉวาก เพลินชมธรรมชาติบึงน้ำ รีสอร์ทสุพรรณบุรี

บึงฉวาก เพลินชมธรรมชาติบึงน้ำ รีสอร์ทสุพรรณบุรี

ยังมีบ้านพักเก๋ๆ ในจังหวัดสุพรรณบุรีอยู่แห่งหนึ่ง คือ บีงฉวาก รีสอร์ท  ให้ผู้มาเยือนได้รื่นรมย์กับบรรยากาศอันร่มรื่น

ได้สูดกลิ่นธรรมชาติอันสดชื่น ชมความงามริมบึงน้ำกว้างใหญ่ ประทับใจกับการพักผ่อนอันแสนสุข โดดเด่นด้วยที่พัก 2 รูปแบบ จำนวน 27 ห้อง

ทั้ง “บ้านต้นไม้” ในรูปแบบสถานที่พักแรมเติมเต็มความฝันวัยเยาว์ สร้างความแปลกต่างจากรีสอร์ททั่วไป ระเบียงด้านหน้าหันเข้าหาบึงใหญ่

รับลมธรรมชาติที่สดชื่น ยามเย็นนั่งทอดสายตา ชมดวงตะวันดวงใหญ่เคลื่อนตัวลับไปหลังทิวไม้ ยามค่ำดื่มด่ำกับความเงียบสงบ หรือร่วมดื่มสังสรรค์กับมิตรสหายท่ามกลางเสียงหริ่ง หรีด เรไร

ส่วน เรือนแถวริมน้ำ เรือนพักขนาดกะทัดรัด ทันสมัย ทอดตัวยาวไปตามเส้นสันขอบบึงน้ำใหญ่ ใกล้ชิดธรรมชาติอย่างใจต้องการ

พักผ่อนสบายๆ ไปกับเสียงคลื่นน้ำที่ซัดใส่ริมบึงตามจังหวะของคลื่นลม ทำให้วันพักผ่อนในบึงฉวาก รีสอร์ท คุ้มค่าและน่าประทับใจ

ผู้มาเยือนจะได้เพลินกับแหล่งท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียง บึงฉวาก รีสอร์ท อาทิ วัดป่าเลไลยก์ หอคอยบรรหาร พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกรสวรรค์ ตลาด 100 ปี

สามชุก หมู่บ้านควาย อุทยานแห่งชาติพุเตย พิพิธภัณฑ์ภาคตะวันตก อนุสรณ์ดอนเจดีย์ ศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง วัดไผ่โรงวัว ตลาดเก้าห้อง 100 ปี เป็นต้น

ขอบคุนแหล่งที่มา www.ท่องทั่วไทย.com

ซิปไลน์ไร่ชา : สิงห์ปาร์ค จังหวัดเชียงราย

ซิปไลน์ไร่ชา สิงห์ปาร์ค

Singha Park Chiang Rai (สิงห์ปาร์ค เชียงราย) เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวใน จ.เชียงราย ที่มีทั้งกิจกรรม ให้เราได้เล่นหรือสัมผัสธรรมชาติกันอย่างครบครัน และ Zipline Platform (ซิปไลน์ไร่ชา) ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เมื่อไปแล้วห้ามพลาด
มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 ฐาน เช่น ฐานชมวิวไร่ชาแบบ 360 กว้างสุดลูกลูกตา, ฐานหอคอย Zipline บนความสูงของตึก 8 ชั้น และปีนหน้าผาจำลอง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://travel.mthai.com