Press "Enter" to skip to content

ผจญภัยท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ Posts

พักผ่อนหย่อนใจ 4 เรื่องต้องรู้ เที่ยวเชิงอนุรักษ์ฯ

พักผ่อนหย่อนใจ 4 เรื่องต้องรู้ เที่ยวเชิงอนุรักษ์ฯ

วันนี้เรามีเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “การท่อง เที่ยวเชิงอนุรักษ์ หรือเชิงนิเวศ” โดย พีร์นิธิ รัตนพงศ์ธระ หรือ พี่เชษฐ์ ประธานศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลน บ้านคลองโคน

ผู้ที่หันมาพัฒนาสิ่งแวดล้อมในบ้านเกิด ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ได้รับความนิยม จนได้รับรางวัลชุมชนดีเด่นทางด้านการท่องเที่ยว ในโครงการ

ประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในปี 2550 โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

4 เรื่องที่ควรใส่ใจ ก่อนเที่ยวเชิงนิเวศ thaihealthพี่เชษฐ์ บอกว่า เพราะธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญของแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ

หากธรรมชาติ และระบบนิเวศได้รับผลกระทบจากการใช้ประโยชน์

ในรูปแบบใดก็ตาม โอกาสที่ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเสื่อมโทรมลงหรือถูกทำลายลงก็มีอยู่สูง การให้ความรู้ความเข้าใจหรือการสร้างจิตสำนึกแก่นักท่องเที่ยวหรือผู้มาเยือนจึงเป็นสิ่งสำคัญ

การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์หรือเชิงนิเวศ มีความแตกต่างจากการท่องเที่ยวทั่วไปคือ การให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์เป็นหลัก นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง

กับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่น่าสนใจของชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมด้วย

ซึ่งจุดเด่นของการท่องเที่ยวนี้ คือ การมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น ชุมชนได้รับผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวทั้งทางตรงและทางอ้อม รูปแบบของการมีส่วนร่วมของชุมชน

ได้แก่ การลงทุนเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดเล็กที่ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่ำ ดูบอลออนไลน์  การเป็นมัคคุเทศก์ การนำสินค้าที่เป็นศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านมาขายแก่นักท่องเที่ยว

และการจ้างงานในส่วนบริการอื่นๆ เป็นต้น

4 เรื่องที่ควรใส่ใจ ก่อนเที่ยวเชิงนิเวศ thaihealthทำตัวอย่างไร เมื่อไปท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ฯ

1. ไม่ทิ้งเศษอาหาร และขยะมูลฝอยลงในน้ำ ไม่เก็บก้อนหิน เปลือกหอย หรือสิ่งอื่นใดในบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวนั้น ๆ กลับบ้าน

2. ไม่ส่งเสียงดัง อันเป็นการรบกวนผู้อื่นรวมทั้งสัตว์ที่อยู่ในพื้นที่ รวมถึงไม่ล่า ทำลาย หรือกระทำการใดๆ อันจะทำให้ พืช สัตว์ และสภาพแวดล้อมเสียหาย

3.ไม่ประพฤติปฏิบัติขัดต่อวิถีชีวิตประเพณีนิยมของคนท้องถิ่น ลองสังเกตการประพฤติปฏิบัติของคนในพื้นที่ เพื่อที่เราจะได้ปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง รู้จักกาลเทศะอันควร

ทั้งหมดนี้เราจะได้รับการต้อนรับและไมตรีที่ดีตอบกลับมา และยังจะได้เรียนรู้ถึงวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่ไปท่องเที่ยวอีกด้วย

4. การท่องเที่ยวเชิงนิเวศหลายพื้นที่ มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัยได้ในหลากหลายรูปแบบ ดังนั้น ก่อนเดินทางควรตรวจสอบสภาพอากาศและสภาพพื้นที่

จัดเตรียมอุปกรณ์และสิ่งของที่จำเป็น เลือกสถานที่ในการเล่นน้ำ หรือดำน้ำในบริเวณที่ปลอดภัย ปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญหากนำเด็กไปด้วยต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

พี่เชษฐ์ ย้ำอีกว่า ด้านความปลอดภัย ถ้าต้องการท่องเที่ยวอย่างมีความสุขและสนุก การระมัดระวังอันตรายการเกิดอุบัติเหตุเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก ต้องเริ่มตั้งแต่การออกเดินทาง

ควรคำนึงถึงความปลอดภัยให้มากที่สุด ต้องไม่ประมาท ตรวจสอบพาหนะที่ใช้ต้องอยู่ในสภาพที่ดีก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

พักผ่อนหย่อนใจ 4 เรื่องต้องรู้ เที่ยวเชิงอนุรักษ์ฯ

ไม่ว่าจะเดินทางท่องเที่ยวไปยังที่ใด เราต้องสำนึก และระลึกอยู่เสมอว่าต้องอนุรักษ์ความสวยงามของสถานที่นั่นให้คงอยู่ ไม่ต่างจากงานหรือธุรกิจที่เราเป็นเจ้าของ

เพราะหากเราช่วยกันรักษาความสวยงามนั้นจะอยู่กับเราไปอีกแสนนาน” พี่เชษฐ์ ทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thaihealth.or.th…

ปั่นสองล้อ ตามรอยประวัติศาสตร์ กรุงเก่าอยุธยา

ปั่นสองล้อ ตามรอยประวัติศาสตร์ กรุงเก่าอยุธยา

เราเริ่มต้นปั่นจักรยานตามรอย ประวัติศาสตร์ ของ “กรุงเก่าอยุธยา” ที่ศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยวของสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ปั่นเรื่อยๆ ไปตามถนนศรีสรรเพชญ์ โดยมีจุดหมายแรกคือ “คุ้มขุนแผน” เพื่อเข้าชมวิถีชีวิตในอดีตของคนกรุงเก่า ต่อด้วย “วิหารพระมงคลบพิตร”

เข้าสักการะขอพรองค์พระมงคลบพิตร พระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองอยุธยา ไม่ไกลกันคือ “วัดพระศรีสรรเพชญ์” วัดสำคัญที่สุดของราชธานีกรุงเก่า

ภายในจะเป็นพระราชวังโบราณซึ่งเป็นสถานที่ประทับขององค์พระมหากษัตริย์และที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญต่างๆ ของราชธานีกรุงศรีอยุธยา

ราชธานีที่เคยยิ่งใหญ่และงดงามเป็นเวลายาวนานถึง 417 ปี ก่อนจะเสียกรุงถูกเผาทำลายลงเหลือเพียงแต่ซากอิฐซากปูน

ต่อด้วยการปั่นไปทางทิศตะวันออกมุ่งสู่ “บึงพระราม” สถานที่ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ปฐมกษัตริย์ของกรุงศรีอยุธยา ทรงใช้เป็นที่สถาปนากรุงขึ้นเป็นราชธานี

รอบๆ เขียวครึ้มไปด้วยต้นไม้ ปั่นต่อไปสบายๆ ผ่าน “พระที่นั่งเย็น” สถานที่เสด็จฯ ประทับทอดพระเนตรการละเล่นทางน้ำต่างๆ ปั่นต่อมายัง “วัดมหาธาตุ”

พระอารามหลวง สร้างขึ้นเพื่อใช้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ก่อนออกจากวัดอย่าลืมแวะชมเศียรพระพุทธรูป

ในรากต้นโพธิ์ “ที่สุดของมรดกโลก


มองไปยังฝั่งตรงข้ามนั้นคือ “วัดราชบูรณะ” สถานที่เก็บรวบรวมสมบัติของราชวงศ์ที่ยังหลงเหลือจากเมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 และตอนนี้ได้นำไปจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑสถาน

แห่งชาติเจ้าสามพระยา จากนั้นเรามุ่งหน้าขึ้นเหนือไปยัง “วัดธรรมิกราช” เชื่อกันว่าหากได้มาอธิษฐานขอพร ณ วัดแห่งนี้จะสมหวังดังใจปรารถนา

ปั่นสองล้อ ตามรอยประวัติศาสตร์ กรุงเก่าอยุธยา

เข้าสู่ช่วงสาย เป็นโชคดีของเราที่วันนี้แดดไม่แรงเกินไปนัก สล็อตออนไลน์  แวะพักเติมพลังด้วยเครื่องดื่มเย็นๆ ให้สดชื่นกันสักหน่อยก่อนมุ่งหน้าปั่นกันต่อไปที่ “วัดหน้าพระเมรุราชิการาม”

เพื่อชมความงามของสถาปัตยกรรมชิ้นสุดท้ายที่คงความสมบูรณ์เอาไว้ได้มากที่สุดของกรุงศรีอยุธยา หลังสิ้นเสียงพระตีกลองเพล ก็ถึงเวลากลับขึ้นหลังอานอีกครั้ง

ปั่นจักยานลัดเลาะไปตามคลองสระบัว มุ่งสู่ชุมชนช่างปั้นดินเผา สถานที่ผลิต “ตุ่มนางเลิ้ง” โอ่งดินเผาไม่เคลือบเงาสีแดงที่มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์

แวะเก็บภาพเป็นที่ระลึก เสร็จแล้วไปต่อกันที่วัดเชิงท่า ซึ่งตั่งอยู่ริมแม่น้ำลพบุรี สถานที่ศึกษาเล่าเรียนสมัยยังทรงพระเยาว์ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช


เมื่อเข้าสู่ช่วงเที่ยงเราก็ถึง “วัดโลกยสุธา” หรือที่รู้จักกันในนามวัดพระนอน ประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์สร้างด้วยอิฐสอปูนมีความยาวองค์พระ 42 เมตร

เมื่อเดินชมจนอิ่มใจแล้ว ก็ถึงเวลาหาที่ทานมื้อเที่ยงให้อิ่มท้องกันบ้าง เราปั่นกันต่ออีกนิดลงไปทางใต้ ที่นี่มีร้านอาหารให้เลือกทานมากมาย หรือจะเป็นของฝาก

ของที่ระลึกให้เลือกซื้อก็มีเช่นกัน หลังจากอิ่มท้องและซื้อของฝากติดมือเป็นที่เรียบร้อย ก็ปั่นกลับไปยังจุดเริ่มต้นของเราที่ศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว ถือเป็นการ

สิ้นสุดทริปปั่นสองล้อตามรอยประวัติศาสตร์กรุงเก่าอยุธยาอย่างสมบูรณ์แบบ


ข้อมูลเกี่ยวกับ…ปั่นสองล้อท่อง “กรุงเก่าอยุธยา”

การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานคร สามารถเดินทางมาได้ทางรถไฟเพื่อเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยไปขึ้นรถไฟที่สถานีหัวลำโพงไปลงที่สถานีอยุธยา

บริเวณตรงข้ามสถานีจะมีร้านให้เช่าจักรยานอยู่ หรือหากจะขับรถไปเอง ก็หาร้านเช่าจักรยานในตัวเมืองได้ไม่ยาก

ขอบคุณแหล่งที่มา www.ท่องทั่วไทย.com…

ตำบลน้ำตก ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นครศรีธรรมราช

ตำบลน้ำตก ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นครศรีธรรมราช

ตำบลน้ำตก อยู่ในอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นตำบลที่มีพื้นที่เชื่อมต่อกับ จังหวัดตรัง สภาพพื้นที่ทั่วไปประกอบด้วยภูเขาและป่าไม้กระจายอยู่ทั่วพื้นที่

สภาพป่ายังมีความอุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำธรรมชาติหลายสาย มีทรัพยากรทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่หลากหลาย เช่น น้ำตก ถ้ำ และวัดวาอาราม ที่

สามารถเชื่อมโยงเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวได้ ด้วยทรัพยากรต่าง ๆ เหล่านี้ จึงเป็นโอกาสให้ อบต.น้ำตก และแกนนำชุมชนในพื้นที่ จับมือร่วมกันพัฒนาเพื่อเตรียมจัด

การท่องเที่ยวโดยชุมชนขึ้น ด้วยการสนับสนุนจาก อบต.น้ำตก และทีมงาน ธ.ก.ส.ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนล่าง สนจ.นครศรีธรรมราช สาขาที่วัง

การจัดการท่องเที่ยวชุมชนของตำบลน้ำตกยังอยู่ในขั้นเตรียมการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยที่ผ่านมา อบต.น้ำตกได้ชักชวนผู้นำชุมชน เยาวชน

และประชาชนผู้สนใจร่วมพัฒนาทำความสะอาด รื้อสิ่งกีดขวางในเส้นทางล่องเรือสายคลองปางและถ้ำน้ำลอด การเตรียมการของตำบลน้ำตกคืบหน้าขึ้นเป็นลำดับ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2555 ได้มีการประชุมหารือร่วมกัน 3 ฝ่ายระหว่าง อบต.น้ำตก ผู้นำชุมชน และ ธ.ก.ส. เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดในการพัฒนาศักยภาพ

ชุมชนและวางแผนการดำเนินงานการท่องเที่ยวชุมชนร่วมกัน ผลจากการประชุมในครั้งนี้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันจัดโครงสร้างและกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ

ของกลุ่มกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน เพื่อเตรียมการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยชุมชน และมีส่วนร่วมในการเสนอแนะข้อมูล ความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ต่อ

การนำไปกำหนดแผนงานพัฒนาการท่องเที่ยวของชุมชนตำบลน้ำตกต่อไปจากการร่วมประชุมหารือในครั้งนี้ ทาง อบต.น้ำตก และผู้นำชุมชนได้พาลงพื้นที่เพื่อสำรวจศักยภาพ

ของแหล่งท่องเที่ยวตำบลน้ำตกและพื้นที่ติดต่อกันของตำบลหนองบัว อำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง บริเวณน้ำตกธาราวารินทร์หมู่ที่ 1 วัดถ้ำพระพุทธ หมู่ที่ 6 ตำบลหนองบัว

น้ำตกธารทิพย์ หมู่ที่ 3 และล่องเรือชมธรรมชาติคลองปางและถ้ำน้ำลอด หมู่ที่ 3 ซึ่งแต่ละแห่งมีจุดเด่นด้านประวัติศาสตร์และความสวยงามตามธรรมชาติที่สามารถนำมา

เชื่อมโยงเป็นการท่องเที่ยวชุมชนได้การจัดการท่องเที่ยวของชุมชนตำบลน้ำตกยังต้องมีการปรับปรุงพัฒนาด้านการบริหารจัดการอีกหลายเรื่อง แต่วันนี้ชุมชนก็มีความตั้งใจ

ที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าไปท่องเที่ยวเรียนรู้เชิงอนุรักษ์ในตำบลน้ำตก สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ปลัดฯ สุรศักดิ์ ไทยเกื้อ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล

น้ำตก ตำบลน้ำตก อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช โทร./โทรสาร 0-7546-0585 มือถือ 081-7373943

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.tourvtthai.com

เที่ยวสุขใจ สไตล์ลูกทุ่ง ไร่ภูเคียงดาว นครราชสีมา

เที่ยวสุขใจ สไตล์ลูกทุ่ง ไร่ภูเคียงดาว นครราชสีมา

ไร่ภูเคียงดาว จังหวัดนครราชสีมา เป็นไร่และสวนผลไม้ในรูปแบบ ฟาร์มสเตย์ อยู่ในพื้นที่วังน้ำเขียว ติดหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 4 บ้าน

คลองปลากั้ง อยู่ท่ามกลางธรรมชาติและไร่ นา ป่า และภูเขา อากาศเย็นตลอดปี

การพักผ่อนที่ไร่ภูเคียงดาว ผู้เข้าพักจะได้รับบริการอย่างเป็นกันเองสไตล์ลูกทุ่งกับกระท่อมกลางนา ใครที่ชอบทำอาหารที่นี่ก็มีเครื่องปรุงต่างๆ

จากธรรมชาติในไร่ไว้บริการ โดยไม่ต้องไปหาซื้อ ทั้ง ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด มะนาว ชะอม ดอกแค สะเดา มะเขือพวง มะเขือเปราะ และอื่นๆ

จำนวนบ้านพัก 5 หลัง กระท่อมกลางนา 2 หลัง และเต็นท์รองรับนักท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะไม่เกิน 35 คน เป็นบ้านพักสไตล์ลูกทุ่ง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก

ทีวี ดาวเทียม เครื่องทำน้ำอุ่น หนังสือที่สามารถเลือกอ่านได้เต็มอิ่มในบรรยากาศส่วนตัวและแสนสงบ และมีบริการเต็นท์พร้อมเครื่องนอน 20 หลัง

ในบ้านพักยังมีจักรยานให้บริการหลังละ 2 คัน และผลไม้ตามฤดูกาลฟรีตลอดการพักผ่อน


ไร่ภูเคียงดาวยังมีกิจกรรมส่องสัตว์ในยามเย็น สามารถชมกระทิงด้วยตาเปล่าที่หอส่องสัตว์และโป่งเทียมภายในเขตเขาใหญ่ได้อีกด้วย รวมทั้งมีรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อบริการ เพื่อนำเที่ยวทั่ววังน้ำเขียว

ข้อมูลเกี่ยวกับ…ไร่ภูเคียงดาว ฟาร์มสเตย์ นครราชสีมา

ที่ตั้ง: 100 หมู่ 16 ติดหน่วยพิทักษ์เขาใหญ่ 4 บานคลองปลากั้ง ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

ขอบคุณแหล่งที่มา www.ท่องทั่วไทย.com

ชมหิ่งห้อย สไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ชมหิ่งห้อย สไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

เที่ยวชมหิ่งห้อย ใน สไตล์การท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ กันเถอะ!! การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวที่นิยม

ทำกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติและท่องเที่ยวไปพร้อมกัน วันนี้เรามีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่คุณสามารถทำกิจกรรมปลูกป่าชายเลน

และท่องเที่ยวดูความสวยงามของหิ้งห้อยมาฝากกันค่ะ

อัมพวา สมุทรสงคราม

กิจกรรม

อัมพวาเป็นนอกจากจะมีตลาดน้ำในตอนกลางวัน กลางคืนยังมีกิจกรรมล่องเลือชมหิ้งห้อยอีกด้วย การล่องเรือชมหิ้งห้อยจะล่องไปตามแม่น้ำแม่กลอง

ซึ่งบริเวณรอบๆแม่น้ำจะมีต้นลำพูที่เป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าหิ่งห้อยนับพันตัว ระหว่างการล่องเรือคุณจะได้สัมผัสอากาศที่เย็นสบาย พร้อมๆกับชมความสวยงาม

ของหิ้งห้อยนับพันที่ต่างพร้อมใจกันออกมาอวดแสงในยามค่ำคืน

ที่ตั้ง

ถนนโชติธำรงค์ ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม 75110

ค่าบริการ

รายบุคคล คนละประมาณ 60 บาท ต่อคนต่อเที่ยว เหมาลำค่าบริการลำละ 500 บาทต่อ 10 คน

ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง จังหวัดสมุทรปราการ

เที่ยวชมหิ่งห้อย ในสไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กันเถอะ!! เที่ยวชมหิ่งห้อย ในสไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กันเถอะ

กิจกรรม

เป็นแหล่งชมหิ้งหอยที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่นิยมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ก่อนเยี่ยมชมหิ้งหอยในตอนกลางคืนนักท่องเที่ยวสามารถเดินเยี่ยมชมและซื้อของในตลาดบางน้ำผึ้ง

หรือ ทำกิจกรรมปลูกป่าชายเลนก็ได้ เมื่อถึงยาม

ค่ำคืนนักท่องก็จะได้สัมผัสกับฝูงหิ้งห้อยที่ส่องแสงจนทั่วพื้นที่ รับรองว่าสวยงามจนคุณต้องประทับใจจนอยากมาอีกครั้ง

ที่ตั้ง

ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
ค่าบริการ

เปิดให้บริการ 3 รอบ คือ 00 น. 20.00 น. 21.00 น. อัตราค่าบริการ 2 คน ราคา 150 บาท 3 คน ราคา 200 บาท 4 คนขึ้นไป ราคา คนละ 50 บาท และเด็ก ราคา 30 บาท

หมู่บ้านสลักคอก ตราด
เที่ยวชมหิ่งห้อย ในสไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กันเถอะ!! เที่ยวชมหิ่งห้อย ในสไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กันเถอะ!!

กิจกรรม

สถานที่ชมแห่งห้อยเป็นหมู่บ้านที่ล้อมรอบไปด้วยป่าชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์มากในตอนเช้านักท่องเที่ยวสามารถทำกินกรรมปลูกป่าชายเลน

และในตอนกลางคืนก็เยี่ยมชมความสวยงามของหิ้งห้อยที่โบยบินออกมาอวดแสงสวยๆนับพัน

ชมหิ่งห้อย สไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ที่ตั้ง

หมู่ 4 บ้านสลักคอก ตำบลเกาะช้างใต้ อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด

ค่าบริการ

ค่าบริการแล้วแต่ฤดูกาล ควรติดต่อสอบถามก่อนเดินทางไปท่องเที่ยว

บ้านแสมชาย จังหวัดเพชรบุรี

เที่ยวชมหิ่งห้อย ในสไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กันเถอะ!! เที่ยวชมหิ่งห้อย ในสไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กันเถอะ!!

กิจกรรม

ที่บ้านแสมชายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มีชื่อเสียงในการเดินชมหิ้งห้อยในยามค่ำคืน โดยรอบๆตามสองข้างทางจะเต็มไปด้วยต้นลำพูที่เป็นที่อยู่อาศัยของหิ้งห้อย

เมื่อถึงเวลากลางคืนหิ้งห้อยเป็นหมื่นๆตัวจะออกมาส่องแสงจนสว่างไปทั้งพื้นที่ หากท่านได้ไปเยี่ยมชมรับรองจะประทับจนไม่รู้ลืมอย่างแน่นอน

ที่ตั้ง

หมู่บ้านแสมชาย หมู่ 9 ตำบลบางครก อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี

ค่าบริการ

อัตราค่าบริการคนละ 50 บาท

ขอบคุณแหล่งที่มา www.smartsme.co.th

 …

เที่ยวเชิงอนุรักษ์ ธรรมชาติ

เที่ยวเชิงอนุรักษ์ ธรรมชาติ

การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ หรือ Eco-Tourismนั้น โดยความหมายก็คือ การพัฒนาการท่องเที่ยวที่ต้องใช้ทุนธรรมชาติอย่างมัธยัสถ์ให้มีความมั่นคง ยั่งยืน และในท้ายที่สุดจะต้องคืนทุนต่อสังคม ซึ่งหมายถึงการให้ท้องถิ่น

ได้มีโอกาสตั้งแต่เริ่มรับรู้ตัดกระบวนการที่สมบูรณ์ในการพิจารณาทั้งในเรื่องทุนธรรมชาติและทุนทางสังคม ซึ่งส่งผลต่อทุนทาง เศรษฐกิจ ที่ดำรงอยู่ได้

การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เป็นแนวความคิดที่เกิดขึ้นโดยมีสาเหตุมาจากแนวโน้ม ๒ ประการมาบรรจบกันคือ แนวโน้มเกี่ยวกับการอนุรักษ์และแนวโน้มเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงเรื่องอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยมีสาระสำคัญ

เรื่องแนวโน้มเรื่องการอนุรักษ์ เกิดจากการที่ประชาชนเพิ่มขึ้น และภาวะทางเศรษฐกิจถดถอยในหลายประเทศ กิจกรรมการพัฒนาต่าง ๆ เช่น การตัดไม้ทำลายป่า การทำเหมืองแร่ และการเกษตรเกิดขึ้นภายในบริเวณทั่วไป

ซึ่งส่วนใหญ่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศ จนทำให้ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรม และผลที่ตามมาคือความไม่ยั่งยืนของการพัฒนาเศรษฐกิจ ทำให้ประเทศต่าง ๆ ได้พยายามผสมผสานเรื่องของ

การอนุรักษ์เข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจส่วนแนวโน้มเรื่องการท่องเที่ยวนั้น ปรากฏในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มนุษย์ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการใช้เวลาว่างในการเดินทางท่องเที่ยว โดยมีแนวโน้มว่าต้องการท่องเที่ยวแบบผจญภัย

เข้าไปมีส่วนร่วมและสัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังอยากที่จะศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับสถานที่ที่ไปเยือนตั้งแต่ระบบนิเวศไปจนถึงชนิดพันธุ์พืช สัตว์ที่หายากหรือกำลังจะสูญพันธุ์ และประเด็นปัญหาด้านการ

อนุรักษ์ เช่น การสูญเสียทรัพยากรป่าไม้การลักลอบล่าสัตว์ป่า เป็นต้น ฯลฯ จากแนวโน้มสองประการดังกล่าวมาบรรจบกัน ทำให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ หรือการท่องเที่ยวเพื่อรักษาระบบนิเวศขึ้น ดังนั้นการท่องเที่ยว

เชิงอนุรักษ์จึงมีความหมายมากกว่าการท่องเที่ยวแบบธรรมดา แต่จะหมายความรวมไปถึงการท่องเที่ยวที่จะต้องมีการอนุรักษ์ควบคู่ไปด้วยการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มีองค์ประกอบสำคัญ ๓ ประการคือ การสร้างจิตสำนึก

เกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถือว่าเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญของแกล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ หากธรรมชาติและระบบนิเวศได้รับผลกระทบจากการใช้ประโยชน์ในรูปแบบใด

ก็ตาม โอกาสที่ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเสื่อมโทรมลงหรือถูกทำลายลงก็มีอยู่สูง การให้ความรู้ความเข้าใจหรือการสร้างจิตสำนึกแก่นักท่อง

เที่ยวเชิงอนุรักษ์ ธรรมชาติ

เที่ยวหรือผู้มาเยือนจึงเป็นสิ่งสำคัญ

องค์ประกอบข้อ ๒ คือความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว ซึ่งมีความสัมพันธ์กับองค์ประกอบแรกโดยตรง เพราะนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มักเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความปรารถนาหรือสนใจที่จะศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ

ในลักษณะต่าง ๆ และสภาพภูมิทัศน์ตามธรรมชาติ ตลอดจนธรรมชาติที่ยากลำบากต่อการเดินทางและท้าทาย

องค์ประกอบที่ ๓ คือ การมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น เพราะการท่องเที่ยวมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนท้องถิ่นในระยะยาวมากว่ากิจกรรมอื่น ๆ การเปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วน

ร่วมในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในรูปแบบต่าง ๆ จะช่วยให้ชุมชนได้รับผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวทั้งทางตรงและทางอ้อม รูปแบบของการมีส่วนร่วมของชุมชน ได้แก่ การลงทุนเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดเล็ก

ที่ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่ำ การเป็นมัคคุเทศก์ การนำสินค้าที่เป็นศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านมาขายแก่นักท่องเที่ยว และการจ้างงานในส่วนบริการอื่น ๆ เป็นต้น

การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์นั้น มีความแตกต่างจากการท่องเที่ยวแบบเดิม กล่าวคือ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์จะมีขอบข่ายในการพิจารณาที่ลึกซึ้งและให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์เป็นหลัก ซึ่งสามารถระบุวัตถุประสงค์ได้ ๔

ประการ คือ

๑. เพื่อพัฒนาจิตสำนึกและความเข้าใจของนักท่องเที่ยวในการทำคุณประโยชน์แก่สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ

๒. เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ที่มีคุณภาพหรือคุณค่าสูงให้แก่นักท่องเที่ยวหรือผู้มาเยือนแหล่งท่องเที่ยว

๓. เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของชุมชนที่แหล่งท่องเที่ยวตั้งอยู่

๔. เพื่อดูแลรักษาและคงไว้ซึ่งคุณภาพสิ่งแวดล้อมของแหล่งท่องเที่ยว

นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่น่าสนใจของชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา sites.google.com

กรมอุทยาน เที่ยวในพื้นที่อนุรักษ์

กรมอุทยาน เที่ยวในพื้นที่อนุรักษ์

กรมอุทยานฯของบประมาณ  164 ล้านบาท ปรับปรุงคุณภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่อนุรักษ์ ผุดโครงการจัดการขยะในอุทยานแห่งชาติทางทะเล

นายสมหมาย กิตยากุล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดสรรงบประมาณ 164 ล้านบาทปรับปรุงคุณภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่อนุรักษ์ ในพื้นที่

อุทยานแห่งชาติ โดยเน้นการพัฒนาและปรับปรุงศูนย์บริการการท่องเที่ยว สิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งในส่วนของบ้านพัก ลานกางเต็นท์ ห้องน้ำ การพัฒนารูปแบบการถ่ายทอดองค์ความรู้และเสริมสร้างจิตสำนึกด้านการ

อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ทั้งในส่วนของป้ายสื่อความหมาย แผ่นพับประชาสัมพันธ์ รวมทั้งผ่านกิจกรรมนันทนาการต่างๆ ได้แก่ การเดินศึกษาในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ การบรรยายให้ความรู้ในศูนย์บริการการท่องเที่ยว

เป็นต้น ทั้งนี้ มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยงามและน่าสนใจ ประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติ จำนวน 148 แห่ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า จำนวน 10 แห่ง รวมทั้งหน่วยงานอื่นๆ ได้แก่

วนอุทยาน สวนพฤกษศาสตร์ สวนรุกขชาติ หน่วยจัดการต้นน้ำ หน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำ และโครงการพระราชดำรินายสมหมาย กล่าวว่า สำหรับมาตรการในการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และการดูแลรักษา

ความสะอาด โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญ ได้มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการบริการและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ พร้อมรับนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลท่องเที่ยว วันปีใหม่ และวันสงกรานต์ รวมทั้งมีการจัดทำ

โครงการขยะคืนถิ่น ซึ่งรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวนำขยะที่เกิดจากกิจกรรมการท่องเที่ยวออกมาทิ้งนอกแหล่งท่องเที่ยว และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 ได้มีการพัฒนาระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียม และจองบ้านพักออนไลน์

ควบคู่กับจัดทำข้อมูลปริมาณนักท่องเที่ยวตามความสามารถในการรองรับได้ของแต่ละพื้นที่ รวมทั้งแอพพลิเคชั่นในการสืบค้นข้อมูลและนำทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ซึ่งคาดว่าจะสามารถใช้งานได้ใน

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 นี้นอกจากนี้ สำหรับในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 กรมอุทยานฯ ได้เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณบูรณาการ เพื่อเสริมคุณภาพการท่องเที่ยว โดยเน้นการพัฒนาการบริการ และการบริหารจัดการที่

เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บนพื้นฐานความยั่งยืนของทรัพยากรป่าไม้ ใน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ วงเงินงบประมาณ 164 ล้านบาท โดยประกอบด้วยกิจกรรมการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง

และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อันได้แก่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว บ้านพัก ศาลาอเนกประสงค์ ห้องน้ำ ปรับภูมิทัศน์และเส้นทาง เป็นต้น

นอกจากนั้น ยังได้เตรียมโครงการจัดการขยะแบบองค์รวม วงเงินงบประมาณ 17 ล้านบาท ประกอบด้วย กิจกรรมการบริหารจัดการขยะที่เกิดจากกิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเล 9 แห่ง ได้แก่

อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อุทยานแห่งชาติตะรุเตา อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง อุทยานแห่งชาติเขาแหลม

หญ้า-หมู่เกาะเสม็ด อุทยานแห่งชาติหาดวนกร และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง

ขอบคุณแหล่งที่มา www.posttoday.com

ชมวิว ผาตรอมใจ

ชมวิว ผาตรอมใจ

ตั้งอยู่เลยทางเข้าเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ผาเดียวดาย ไปอีกเล็กน้อย คือเป็นทางเข้าของศูนย์เรดาร์ของกองทัพอากาศ บริเวณนี้จริงๆ

แล้วเป็นเขตทหาร แต่ได้จัดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้บริเวณจุดชมวิวผาตรอมใจ เมื่อมองออกไปจะแลเห็นทุ่งหญ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา

บริเวณนี้ค่อนข้างเงียบสงบเนื่องจากเป็นเขตทหารและอยู่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวอื่นอีกทั้งการเดินทางมาก็ค่อนข้างลำบากเพราะไกลและถนนไม่ดี

มีคนมาน้อย บรรยากาศเงียบสงบจึงมีนกหลายชนิดให้ศึกษา บางวันจะมีช่างภาพพร้อมกล้องถ่ายรูปและเลนส์ขนาดใหญ่สำหรับถ่ายภาพนกมานั่งเงียบๆ

คอยนกมาเกาะบนกิ่งไม้แล้วถ่ายภาพจริงๆ แล้วข้างในศูนย์เรดาร์ยังมีหน้าผาหินอีกแห่งหนึ่งซึ่งมีวิวสวยไม่แพ้กัน แต่ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าชม

ขอบคุณแหล่งที่มา th.wikipedia.org

เกาะขาม ที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

เกาะขาม ที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

เกาะขามเป็นเกาะขนาดเล็ก ที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่ อุดมสมบูรณ์ มีชายหาดที่สวยงาม กิจกรรมท่องเที่ยวประกอบด้วย การนั่งเรือท้องกระจกชมประการัง

ดำน้ำชมประการัง เล่นน้ำทะเลริมหาดทรายที่ใสสะอาด การเที่ยวเกาะขามจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ความสะดวกสบายจึงมีไม่มากนัก

และจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยววันละไม่เกิน 300 คน ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการท่องเที่ยวคือช่วงระหว่างเดือนมกราคม – เมษายน

การเดินทางจากฝั่งไปเกาะขามขึ้นเรือได้ที่ท่าเทียบเรือเขาหมาจอ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ (ใกล้กับ อบต.แสมสารและศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน )

เรือออกจากฝั่งเที่ยวแรกเวลาประมาณ 09.00 น.

วิธีเดินทาง: จากท่าเทียบเรือเขาหมาจอ ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จะมีรถรับส่งไปขึ้นเรือ ใช้เวลาเดินทางจากท่าเรือ 20 นาที

เกาะขาม ที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ราคาตั๋วผู้ใหญ่ 200 บาท

ราคาตั๋วเด็กอายุ 3 – 15 ปี 150 บาท

เที่ยวที่ 1 เที่ยวไปเกาะ 09.00 น. เที่ยวกลับฝั่ง 13.00 น.

เที่ยวที่ 2 เที่ยวไปเกาะ 10.00 น. เที่ยวกลับฝั่ง 14.00 น.

เที่ยวที่ 3 เที่ยวไปเกาะ 11.00 น. เที่ยวกลับฝั่ง 15.00 น.

ช่วงเวลาที่ดี: ปกติจะปิดเกาะสิ้นเดือนเมษายนและไปเปิดเกาะอีกครั้งในช่วงปลายปี

*เกาะขามจะ “ปิดเกาะ” ตั้งแต่วันจันทร์ ที่ 16 พ.ค.59 เป็นต้นไป เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรและสภาพสิ่งแวดล้อมให้กลับมาสมบูรณ์ อีกทั้ง

สภาพภูมิอากาศ เริ่มเข้าสู่ฤดูมรสุม ทำให้มีความเสี่ยงในการท่องเที่ยว

เวลาเปิด-ปิด: เฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ เวลา 09.00 -16.00 น.

พักที่ไหนดี: วราสินธ์รีสอร์ท, ห้องพักประทับใจรีสอร์ท

เพิ่มเติม: คู่มือท่องเที่ยวทะเลไทย

เที่ยวเกาะสวยในไทย ที่ร้อนนี้ต้องไป

10 บีชรีสอร์ทสุดฮิป ติดทะเล

หนีร้อนไปนอนทะเล ที่หมู่เกาะสิมิลัน

พักผ่อนวันหยุดสุดฟิน กับ 5 ที่พักบรรยากาศดีในภูเก็ต

ขอบคุณแหล่งที่มา www.govivigo.com

นครราชสีมา บ้านไร่ตับเต่า ฟาร์มสเตย์ ธรรมชาติบ้านสไตล์บาหลี

นครราชสีมา บ้านไร่ตับเต่า ฟาร์มสเตย์ ธรรมชาติบ้านสไตล์บาหลี

หากนึกถึงฟาร์มสเตย์บรรยากาศดีในพื้นที่มีสวนมะม่วงและโรง เพาะเห็ดโคน ญี่ปุน บรรยากาศร่มรื่น ล้อมรอบด้วยธรรมชาติ

มองเห็นวิวเทือกเขาใหญ่ได้ชัดเจน ต้องนึกถึง “บ้านไร่ตันเต่า ฟาร์มสเตย์” จังหวัดนครราชสีมา ด้วยจำนวนที่พัก 8 หลัง รวมถึงเต็นท์ไว้ให้บริการ


บริเวณบ้านไร่ตับเต่า จะได้สัมผัสความร่มรื่นของธรรมชาติ ความสวยงามของที่พักที่ตกแต่งได้กลมกลืนกับธรรมชาติ

ภายในบ้านพักทุกหลังตกแต่งสไตล์โมเดิร์น บาหลี เรียบง่าย แต่มีเสน่ห์ เอกลักษณ์ของที่นี่คือ ระเบียงที่มีขนาดใหญ่ยื่นออกมาจากตัวบ้าน เป็นที่นั่งรับประทานอาหารและสังสรรค์

เพื่อให้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ห้องพักที่นี่จึงไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ เช่น แอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น แต่ได้บรรยากาศและโอโซนธรรมชาติ

นครราชสีมา บ้านไร่ตับเต่า ฟาร์มสเตย์ ธรรมชาติบ้านสไตล์บาหลี

 


ห้องพักประกอบไปด้วย ห้องตับเต่าสวีท เป็นห้องเล็กๆ มีระเบียงกว้างให้นอนชมจันทร์ และดวงดาวในคืนฟ้าใส ห้องเต่าสุมหัว

เหมาะสำหรับกลุ่มเพื่อนฝูงนอนคุยกัน รำลึกถึงคืนวันเก่าในรั้วโรงเรียน ห้องตะวันแยง มีระเบียงชมท้องฟ้าและขุนเขา ห้องหมอนทอง เป็นห้องสีเหลือง สไตล์คาวบอย ย้อนยุคไปสู่ยุค 60


นอกจากนี้ยังมี บ้านฟ้าฝากฝน บ้านพร้อมดาดฟ้า จุดชมวิว 360 องศา บ้านลมฝากหนาว รับลมด้วยระเบียงส่วนตัว ริมบึงสีชานมเย็น และ ห้องน้ำอาบลมหนาว เป็นต้น
บ้านไร่ตับเต่า ยังให้บริการกางเต็นท์ สามารถนำเต็นท์มาเอง หรือเช่าเต็นท์ของทางไร่ก็ได้

ขอบคุณแหล่งที่มา www.ท่องทั่วไทย.com