Press "Enter" to skip to content

ผจญภัยท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ Posts

หมู่เกาะพีพี สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮอต ที่ต้องไปเยือนเที่ยวกระบี่

หมู่เกาะพีพี  กระบี่…เมืองชายทะเลในฝัน งดงามด้วยหาดทรายสีขาว น้ำทะเลใส ๆ

หมู่เกาะพีพี ปะการังแสนสวย ถ้ำโตรกชะโงกผา และหมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 100 เกาะ รวมกันเป็นมนตร์เสน่ห์ที่สร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจังหวัดกระบี่

ทว่ามาเยือนกระบี่ทั้งทีหากใครไม่ได้ไปเที่ยวก็เหมือนมาไม่ถึงกระบี่นะคะ ถ้าอย่างนั้นกระปุกดอทคอมจะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักกับ “หมู่เกาะพีพี” กันให้มากขึ้น เผื่อวันไหนมีโอกาสได้ไปจะได้นำไปเป็นข้อมูลวางแผนโปรแกรมในการท่องเที่ยวได้ค่ะเป็นหมู่เกาะกลางทะเล อยู่ห่างจากอำเภอเมือง 42 กิโลเมตร เดิมชาวทะเลเรียกหมู่เกาะนี้ว่า “ปูเลาปิอาปิ” คำว่า “ปูเลา” แปลว่า เกาะ คำว่า “ปิอาปิ” แปลว่า ต้นไม้ทะเลชนิดหนึ่งจำพวกแสม และโกงกาง ต่อมาเรียกว่า “ต้นปีปี” ซึ่งภายหลังกลายเสียงเป็น “พีพี” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอาณาจักรแห่งบุปผาใต้สมุทร นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวหมู่เกาะนี้ ส่วนใหญ่มาเพื่อดำน้ำดูปะการัง ดอกไม้ทะเล และปลาหลากสีที่มีสีสันสวยงาม นอกจากนี้ยังมีเกาะต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างเส้นทางเดินเรือกระบี่

เริ่มกันที่ “เกาะพีพีดอน” มีพื้นที่ประมาณ 28 ตารางกิโลเมตร จุดเด่นของเกาะคือเวิ้งอ่าวคู่ที่มีความสวยงามติดอันดับโลกของ “อ่าวต้นไทร” และ “อ่าวโละดาลัม” ทั้งนี้อ่าวต้นไทรเป็นที่ตั้งของท่าเรือเกาะพีพีและมีสถานที่พักและร้านค้าจำนวนมาก จากอ่าวต้นไทรสามารถเดินขึ้นเขาไปยังจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเวิ้งอ่าวคู่ได้ อย่างไรก็ตามเกาะพีพีดอนยังมีหาดทรายและอ่าวที่สวยงามกระจายอยู่รอบเกาะ บางแห่งมีที่พักบริการ เช่น หาดแหลมหิน หาดยาว อ่าวโละบาเกา

หมู่เกาะพีพี

มีพื้นที่เพียง 6.6 ตารางกิโลเมตร เป็นเกาะที่เต็มไปด้วยภูเขาหินปูน มีหน้าผาสูงชันตั้งฉากกับผิวทะเลโดยรอบเกือบทั้งเกาะ มีพื้นน้ำลึกเฉลี่ยประมาณ 20 เมตร มีบริเวณน้ำลึกที่สุดประมาณ 34 เมตรอยู่ทางตอนใต้ของเกาะ เกาะแห่งนี้มีเวิ้งอ่าวสวยงาม เช่น อ่าวปิเละ อ่าวมาหยา อ่าวโละซามะ

การเดินทางไปเที่ยวหมู่เกาะพีพี นักท่องเที่ยวสามารถที่จะเดินทางไปได้ทั้งจากจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดกระบี่ ในส่วนของจังหวัดกระบี่จะมีเรือโดยสารไปยังเกาะพีพีทุกวัน นักท่องเที่ยวสามารถมาขึ้นเรือได้ที่ท่าเรือจิหลาด อำเภอเมืองกระบี่ โดยมีเรือเฟอร์รี่จากท่าเรือจิหลาด-เกาะพีพี 4 รอบ คือ 09.00 น., 10.30 น., 13.30 น. และ 15.00 น. (วันศุกร์จะมีรอบ 16.00 น. เพิ่มอีก 1 รอบ) และเกาะพีพี-ท่าเรือจิหลาด 4 รอบ คือ 09.00 น., 10.30 น., 13.30 น. และ 15.30 น. แต่ละรอบใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง ค่าเดินทางเที่ยวละ 450 / ท่าน

ส่วนการเดินทางจากภูเก็ตมีเรือนำเที่ยวเกาะพีพีแบบเช้าไป-เย็นกลับ นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อได้ที่บริษัททัวร์ทั่วไปในตัวเมืองภูเก็ต นอกจากนี้บริเวณอ่าวต้นไทรบนเกาะพีพีดอน ยังมีเรือหางยาวให้เช่าไปเที่ยวตามชายหาดต่าง ๆ รวมถึงเกาะพีพีเลด้วย

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกระบี่ โทรศัพท์ 0 7562 2163

ขอบคุณแหล่งที่มา https://travel.kapook.com/…

หมู่เกาะสุรินทร์ สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮอต ที่ต้อง ไปเยือน

หมู่เกาะสุรินทร์ ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา เป็นหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน และอยู่ติดชายแดนประเทศพม่า ห่างจากชายฝั่งทะเลบริเวณท่าเรือคุระบุรี ประมาณ 60 กิโลเมตร

หมู่เกาะสุรินทร์ ประกอบ ด้วยเกาะ 5 เกาะ คือ เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะรี(เกาะสต๊อร์ค) เกาะไข่(เกาะตอรินลา) และเกาะ กลาง(เกาะปาจุมบา) อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์มีเนื้อที่ประมาณ 135 ตารางกิโลเมตร อุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะ สุรินทร์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นในเรื่องของความสวยงามใต้ทะเล ไม่่ว่าจะเป็น็ปะการังนานาชนิด ทั้งปะการังผักกาก ปะการังโต๊ะ ปะการังสมอง ปะการังนิ้วมือ ปะการังเขากวาง ปะการังอ่อน ดอกไม้ทะเล และ กัลปังหา ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีปลาทะเลที่สวยงามมากมาย เช่น

หมู่เกาะสุรินทร์

ปลานกแก้ว ปลานกขุนทอง ปลาสินสมุทรปลา ผีเสื้อ เทวรูป ปลาสิงโต เป็นต้น ปละยังพบสัตว์น้ำทะเลที่หายาก เช่น เต่าทะเล ฉลาวาฬ ปลากระเบนราหู กุ้งมังกร นอกจากนี้ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ยังมีทรัพยากรป่าไม้ที่อุดมสมูรณ์อย่างมาก โดยมากประกอบด้วย ป่าใหญ่ 3 ประเภท คือ ป่าดงดิบที่ขึ้นอยู่ทั่วเขา ป่าประเภทนี้จะมีไม้ยืนต้นขนาดใหญ่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ตะเคียนทอง ยางมะพลับ ประเภทที่ 2 คือ ป่าชายหาด ประกอบด้วย โพกริ่ง กระทิง ตีนเป็ดทะเล สนทะเล จิกเล ปอทะเล โกงกางหูช้าง คันทรง ขาเปี๋ย สำมะงา รักทะเล ปรงทะเล ลำเจียก หญ้าไหวทามเป็นต้น ประเภทที่ 3 คือ ป่าชายเลน ประกอบด้วย โกงกางใบใหญ่ โกงกางใบเล็ก โกงกางหัวสุม ตะบูน ลำแพนหิน ตีนเป็ดทะเล และพืชอิงอาศัยพวกกระแตไต่ไม้และกล้วยไม้บางชนิด

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.paiduaykan.com/

 …

Featured

ดูบอลออนไลน์ ลีดส์ ดูบอลสดทุกลีกทั่วโลก

ดูบอลออนไลน์ ลีดส์ อัพเดทตารางบอล ตารางบอลวันนี้ ความคมชัดระดับHD

ดูบอลออนไลน์ ลีดส์ ตารางบอลคืนนี้ ตารางบอลพรุ่งนี้ โปรแกรมบอล โปรแกรมฟุตบอล เชลซี ดูบอลออนไลน์ โปรแกรมฟุตบอลวันนี้ราคาบอลราคาบอลไหลเช็คราคาบอลราคาบอลวันนี้ราคาบอลสดราคาบอลพรีเมียร์ลีกแถมยังให้บริการ ดูผลบอลเมื่อคืนผลบอลล่าสุดผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษผลบอลวันนี้ ดูบอลออนไลน์ เชลซี vs ลิเวอร์พูล
ผลบอลบุนเดสลีกาเยอรมันผลบอลลาลีกาสเปนผลบอลลีกเอิงฝรั่งเศษผลบอลสดไทยพรีเมียร์ลีกผลบอลสดไทยดิวิชั่น1บอลไทยดิวิชั่น2ผลบอลสดยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกผลบอลสดยูโรป้าลีกและผลบอลสดทั่วโลกอัพเดทตลอดเวลา24 ชั่วโมง รับรองทีเด็ดฟุตบอลระเทพ VIP
ให้เสพข้อมูลฟรีๆและ ชมไฮไลท์ฟุตบอลความคมชัดระดับ HD อัพเดททันทีแบบ Realtime ที่ฟุตบอลแข่งจบจากทุกๆลีกทั่วโลก ดูบอลสดออนไลน์ เชลซี วันนี้  ทำให้แฟนบอลทุกๆท่านจะไม่พลาดทุกช็อตสำคัญของการแข่งขัน ดูบอลผ่านเน็ตดูบอลออนไลน์ ดูบอลสดทุกลีกทั่วโลก หรือ ดูบอลออนไลน์ เชลซี แมนยู

อุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะสิมิลัน ถานที่ท่องเที่ยวสุดฮอต ที่ต้องไปเยือน

อุทยานแห่งชาติ ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา (ที่ทำการอุทยานตั้งอยู่ที่ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง)

อุทยานแห่งชาติ ครอบคลุมพื้นที่ 80,000 ไร่ หรือ 128 ตารางกิโลเมตร ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อ 1 กันยายน พ.ศ. 2525 คำว่า สิมิลัน เป็นภาษามลายูแปลว่า เก้า หมู่เกาะสิมิลันเป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ ในทะเลอันดามัน มี 9 เกาะ เรียงจากเหนือมาใต้คือ เกาะหูยง เกาะปายัง เกาะปาหยัน เกาะเมี่ยง เกาะปายู เกาะหัวกะโหลก เกาะสิมิลัน และเกาะบางู หมู่เกาะสิมิลัน ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่เกาะที่มีความสวยงามทั้งบนบกและใต้น้ำ มีปะการังที่สวยงามหลายชนิด สามารถดำน้ำได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก สามารถพบปลาที่หายาก เช่น วาฬ โลมา ปลาไหลมอเรย์ ช่วงเดือนที่น่าเที่ยวมากที่สุดคือช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน นอกจากนั้นจะประกาศปิดเกาะ

อุทยานแห่งชาติ

สิ่งที่น่าสนใจ
เกาะสิมิลัน เกาะแปด
เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด มีหาดทรายขาวละเอียด ใต้ทะเลมีปะการังหลายชนิด เป็นเกาะที่สามารถดำทั้งน้ำลึกและน้ำตื้น ด้านเหนือของเกาะมีหินขนาดใหญ่ มีลักษณะคล้ายรองเท้าบู๊ต ถัดมาเป็นหินเรือใบ
เกาะบางู เกาะเก้า
เป็นเกาะเล็ก ๆ กองหินคริสต์มาสพอยต์ เป็นกองหินใต้น้ำขนาดใหญ่ มีความสวยงาม
เกาะหัวกะโหลก หินปูซา เกาะเจ็ด
มีลักษณะคล้ายหัวกะโหลก มีหุบเขาใต้น้ำ สามารถพบปะการังอ่อน กัลปังหา สามรถพบปลากระเบนราหู และปลาฉลามวาฬได้มากที่สุดในอุทยาน
เกาะเมี่ยง เกาะสี่
เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสอง เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ (มส.1) มีสัตว์ที่หายาก เช่น ปูไก่

ขอบคุณแหล่งที่มา ttps://th.wikipedia.org/…

ล่องแพพะโต๊ะ ดินแดนแห่งภูเขาเขียว แหล่งต้นน้ำหลายสาย ธรรมชาติงามเหลือล้น

ล่องแพพะโต๊ะ สถานที่ท่องเที่ยวที่มีดี..เหมือนคำขวัญประจำจังหวัดชุมพร เป๊ะ! “ดินแดนแห่งภูเขาเขียว เที่ยวล่องแพ แลหมอกปก น้ำตกงาม ลือนามผลไม้”

ล่องแพพะโต๊ะ ล่องแพพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร“ดินแดนแห่งภูเขาเขียว เที่ยวล่องแพ แลหมอกปก น้ำตกงาม ลือนามผลไม้” คือ คำขวัญประจำอำเภอพะโต๊ะ ซึ่งเป็นดินแดนที่หลากหลาย อุดมสมบูรณ์ อากาศอันแสนบริสุทธิ์ ทั้งยังมีผืนป่าเป็นแหล่งต้นน้ำหลายสายที่ไหลคดเคี้ยวมาตามขุนเขา บางช่วงเป็นแก่งน้ำขนาดใหญ่ หน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำ พะโต๊ะ จึงได้ส่งเสริมให้จัดกิจกรรมผจญภัยในคลองพะโต๊ะ

ล่องแพพะโต๊ะ

และ “การล่องแพพะโต๊ะ” ตลอดทั้งปี โดยเริ่มตั้งแต่คลองต้นน้ำซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสมบูรณ์ ชมสัตว์ป่าที่น่าสนใจ ได้แก่ ค่างแว่นถิ่นใต้ ลิง นกเงือก ซึ่งหากินอย่างอิสระในป่าธรรมชาติริมคลอง จากนั้นชมสวนทุเรียน สวนกาแฟ และสวนมังคุด นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเดินป่า ชมป่าต้นน้ำ พักค้างแรมแบบแค้มปิ้ง และขี่ช้างเที่ยวป่าชมสวน โดยกิจกรรม “ล่องแพพะโต๊ะ” ได้รับรางวัลดีเด่นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจาก ททท. ด้วย…

ชวนไปฟิน ! สถานที่เที่ยวในประเทศไทย เหมือนไปเมืองนอก

ชวนไปฟิน สถานที่เที่ยวในประเทศไทย ที่สวยและบรรยากาศดี เหมือนได้ไปเที่ยวเมืองนอก กัน งามไม่งามต้องไปสัมผัสกันดูสักครั้ง

ชวนไปฟิน วัดพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง – เหมือนไปธิเบต

แหล่งท่องเที่ยวสุดลับฉบับลำปาง กับจุดชมทิวทัศน์แบบพาโนรามา 360 องศา ณ วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ (เฉลิมพระเกียรติครบ 200ปี) ที่จะทำให้คุณได้ยลโฉมวิวสวยอลังการของอำเภอแจ้ห่ม เห็นลำน้ำแม่สอย แม่มอญและแม่วัง ขนานไปกับบท้องนาเขียวขจีสุดขอบฟ้า

ชวนไปฟิน

โดยมีภูเขาดอยปู่ยักษ์ทอดแนวยาว ประหนึ่งทศกัณฐ์พญายักษ์นอนปกปักรักษาเมือง ซึ่งจากบริเวณวัดต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อแล่นขึ้นไปที่จอดรถที่เรียกว่าดอยภูผาหมอก จากนั้นเดินต่อขึ้นไปบนจุดทิวทัศน์สูงสุดคือยอดดอยภูผาโชค รวมระยะทางประมาณ 1 กม. แม้หนทางอาจจะลำบากสักนิด แต่สิ่งที่ได้รับกลับคุ้มค่าเกินคำบรรยาย

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม เที่ยวอันซีน! วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://travel.mthai.com…

ที่เที่ยวภาคกลาง สไตล์เมืองรอง สวยน่าเช็คอินกินเที่ยวสบาย

ที่เที่ยวภาคกลาง  สถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพ เมืองรองสวยๆ กินเที่ยวสบาย

ที่เที่ยวภาคกลาง อุทยานแห่งชาติพุเตย สุพรรณบุรี

ไม่ต้องไปไกลถึงภาคเหนือ หรือภาคอีสาน ไปที่เที่ยวภาคกลางก็เจอวิวเขาสวยๆ สัมผัสกับทะเลหมอกยามเช้าได้ แถมคนยังน้อยกว่าเยอะ เที่ยวได้ชิลๆเลยที่ อุทยานแห่งชาติพุเตย ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี

ที่เที่ยวภาคกลาง

พุเตยเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 85 ของไทย และเป็นอุทยานแห่งชาติเพียงแห่งเดียวในจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 198,422 ไร่ ด้วยความสมบูรณ์ของป่าไม้ เทือกเขาสลับซับซ้อนมีความลาดชันมาก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่หลงใหลการท่องเที่ยวธรรมชาติ รักความสงบเงียบ นอกจากนี้ยังจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในอุทยานแห่งนี้อีกด้วย

อุทยานแห่งนี้มีสถานที่สวยๆมากมาย เช่น ป่าสนสองใบ น้ำตกตะเพินคลี่ ถ้ำนาคี หมีน้อย ห้อยระย้า และผาใหญ่ น้ำตกตาดใหญ่ ผาใหญ่ น้ำตกพุกระทิง แต่ที่ที่สายลุยที่อยากจะทดสอบพลังขาห้ามพลาดเลยคือ ยอดเขาเทวดา ส่วนที่สูงที่สุดในอุทยาน มีระดับความสูง 1,123 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

การเดินทางจากกรุงเทพฯ : ใช้ทางหลวงหมายเลข 340 (บางบัวทอง-ชัยนาท) จนกระทั่งถึงทางแยก เข้าสู่อำเภอเดิมบางนางบวช ระยะทางประมาณ 150 กิโลเมตร จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายผ่านอำเภอเดิมบางนางบวช ระยะทางประมาณ 33 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาอีกครั้ง เข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 733 มุ่งหน้าสู่ตัวเมืองอำเภอด่านช้าง ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.shopback.co.th…

ล่องใต้เที่ยวสตูล จังหวัดมหัศจรรย์เที่ยวได้ไม่มีเบื่อ เรียบง่าย สงบ

ล่องใต้เที่ยวสตูล “เรียบง่าย สงบ และธรรมชาติบริสุทธิ์” ดูจะเป็นคำนิยาม (ส่วนตัว) ที่ขอมอบให้กับจังหวัดสตูล จังหวัดเล็ก ๆ ที่ยังคงไว้ซึ่งความสวยงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ล่องใต้เที่ยวสตูล ในครั้งนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้พาเรามุ่งหน้าสู่จังหวัดสตูล เพื่อสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คน แต่สตูลจะมีของดีของเด็ดอะไรซ่อนอยู่บ้างนั้น ตามไปดูกันเลย

ล่องใต้เที่ยวสตูล

 

เยือน “ถ้ำเลสเตโกดอน”

จากปี พ.ศ. 2551 ที่ “ถ้ำเลสเตโกดอน” ตกเป็นข่าวครึกโครมในหน้าหนังสือพิมพ์ หลังจากที่ นายยุทธนันท์ แก้วพิทักษ์ กับเพื่อนอีก 3 คน ได้เดินทางเข้าไปในถ้ำเพื่อจับกุ้งและได้พบกับซากดึกดำบรรพ์ชิ้นหนึ่งเข้าโดยบังเอิญ และเมื่อซากดำบรรพ์ชิ้นนั้นได้รับการพิสูจน์ จึงได้รู้ว่าเป็นซากช้างดึกดำบรรพ์สกุลสเตโกดอน ซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงสมัยไพลสโตซีน (ประมาณ 1.8 ล้านปีก่อน) ปรากฏการณ์นี้สร้างความพิเศษให้ถ้ำเลสเตโกดอนเป็นหนึ่งในความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในจังหวัดสตูล

เปิดหน้าผจญภัยใน “ถ้ำเลสเตโกดอน”

จุดสังเกตแรกที่ทำให้รู้ว่าเราเดินทางมาถึงถ้ำเลสเตโกดอน (นอกจากป้ายชื่อที่เขียนหน้าทางเข้า) แล้วนั้น เห็นจะเป็นช้างสเตโกดอนที่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงปากทางเข้าถ้ำ จุดนี้เราจะเห็นเรือคายักที่จอดรอบริการเราอยู่ โดยจะมีกลุ่มชาวบ้านท้องถิ่นรอบริการนำเที่ยวตลอดเส้นทางลอดถ้ำแห่งนี้ บนเรือจะมีอุปกรณ์เสื้อชีพ ไฟฉาย และหมวดกันกระแทก เหล่านี้เป็นอุปกรณ์ป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นระหว่างเที่ยวชมถ้ำ โดยคิดค่าบริการ 300 บาทต่อคน (*** ทั้งนี้อาจมีการปรับเปลี่ยนราคาขึ้นภายหลัง) และก่อนที่การผจญภัยของเราจะเริ่มขึ้น เราก็ได้รับคำเตือนจากเจ้าถิ่นที่นี่ว่า “มาเที่ยวที่นี่…ต้องพกจินตนาการมาด้วยนะครับ” ตอนแรกเราก็นึกสงสัยว่ามาเที่ยวถ้ำทำไมต้องใช้จินตนาการขนาดนั้น ไม่ได้มาดูงานศิลปะสักหน่อย เอาเป็นว่าอีกไม่นานคุณก็จะถึงบางอ้อ

 

ล่องเรือเข้ามาในถ้ำไม่นาน เราก็รับรู้ได้ถึงความกว้างใหญ่ของถ้ำที่มีระยะทางยาวรวมกว่า 4 กิโลเมตร แสงนำทางเดียวดูเหมือนจะเป็นไฟฉายคู่ใจที่พกมาก่อนเข้าถ้ำ ทันทีที่แสงของไฟฉายตกกระทบผนังถ้ำ ฉับพลันอดไม่ได้ที่ตะอุทานในใจว่า “โอ้โห !!!” เพราะสิ่งที่เราเห็นตรงหน้าคือเหล่าบรรดาหินงอกหินย้อยที่แตกแขนงเรียงตัวตลอดแนวความยาวของผนังถ้ำ ในขณะที่หูก็ได้ยินเสียงน้ำไหลฟังดูราวกับเสียงดนตรีเป็นท่วงทำนองประกอบการเดินทาง และถ้าลองปิดไฟฉายดูจะพบว่าไม่มีแสงเล็ดลอดเข้ามารบกวนความมืดของถ้ำนี้เลย พายเรือต่อมาไม่นานเราก็เจอกับไฮไลท์จุดแรกคือ “สาวผมแดง” หินย้อยสีแดงขนาดใหญ่ มองดี ๆ จะเหมือนกับผมของผู้หญิงที่ยาวสยาย ใครเห็นเป็นต้องถ่ายภาพเก็บกลับไปทุกคน

 

ตลอดระหว่างการเดินทางภายในถ้ำเลสเตโกดอน ไม่ว่าจะแหงนหน้ามองไปทางไหนเราก็จะพบเห็นแต่ความสวยงามของหินงอกหินย้อยน้อยใหญ่ ที่ส่องประกายระยิบระยับสวยงาม ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนที่เราตกอยู่ในภวังค์ความสวยงามนั้น จนสะดุ้งตัวอีกทีก็เมื่อตอนได้ยินเสียงเรียกให้ดูอีกหนึ่งจุดไฮไลท์ของถ้ำ ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “แมงกะพรุนยักษ์” ด้วยเพราะรูปร่างของมันดันเหมือนกับแมงกะพรุนในท้องทะเล แต่จะติดตรงที่ว่าเจ้าแมงกะพรุนตัวนี้คงเบื่อน้ำทะเลเลยหนีมาอยู่ในถ้ำ

 

และแล้วก็ถึงบางอ้อ เมื่อพี่ไกด์ท้องถิ่นหยุดเรือให้เราปลดปล่อยจินตนาการไปกับหินงอกหินย้อยหลากหลายรูปทรง บางครั้งเราอดนึกไม่ได้ว่าที่นี่คงเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งจินตนาการของผู้คนมากมายที่แวะเวียนมาที่นี่ และคงเป็นสาเหตุนี้หรือเปล่า ? ที่ทำให้ถ้ำแห่งนี้ยังคงสวยงาม คงเป็นเพราะเราต่างไม่อยากให้ใครเข้ามาทำลายจินตนาการของเรา ถึงกระนั้นใช้เวลาอยู่นานกว่าจะเจียระไนจินตนาการตัวเองออกมาบ้าง มองดูแล้วหินบางก้อนก็มีลักษณะคล้ายปลีกกล้วยห้อยลงมา บ้างก็เป็นแท่งเหล็กแหลมลงมาจากเพดานถ้ำ บ้างลดหลั่นเป็นชั้น ๆ คล้ายบันได บ้างก็มีประกายกากเพชรแวววาว ชวนหลงใหลอย่างประหลาด ขอเตือนว่า !!! การมาเที่ยวถ้ำแบบนี้ นักท่องเที่ยวทุกคนพึงระลึกเสมอว่าอย่าเอามือไปจับหินเหล่านี้เด็ดขาด เพราะหินเหล่านี้ยังมีชีวิตอยู่ กว่าจะโชว์ความสวยงามให้เราได้เห็นต้องใช้เวลาเป็นพัน ๆ ปี การเอามือไปแตะเพียงครั้งเดียวนั่นอาจทำให้หินตายลงทันที

โบกมือลา “ถ้ำเลสเตโกดอน”

ทันทีที่เรามองเห็นฝูงค้างคาวเกาะอยู่ที่ผนังถ้ำ เป็นอันรู้กันว่าเรากำลังมาสุดปลายอุโมงค์ถ้ำแล้ว รวมระยะเวลาผจญภัยประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมง (เพราะมีบางช่วงที่น้ำในถ้ำมีความตื้น ทำให้เรือติดสันดอน ช่วงเวลานี้นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องใช้วิทยายุทธส่วนตัวปีนป่ายเกาะเกี่ยวหิน เพื่อรอให้พี่ไกด์ยกเรือข้ามสันดอน แล้วค่อยลงเรือต่อไป) ทันทีที่ออกจากถ้ำ เราจะเห็นความสมบูรณ์ของป่าชายเลนตลอดสองฟากฝั่งแม่น้ำ เรานั่งเรือออกจากถ้ำใช้เวลาเดินทางอีกประมาณครึ่งชั่วโมง จนเดินทางถึงท่าเรือโดยสวัสดิภาพ นับเป็นการโบกมือลาถ้ำเลสเตโกดอนอย่างสมบูรณ์ เป็นการผจญภัยเล็ก ๆ ในถ้ำใหญ่ที่สนุกถึงใจทุกย่างก้าว

 

หลงใหลวัฒนธรรมพี่น้องชาวไทยมุสลิมในสตูล

นอกเหนือจากความสวยงามธรรมชาติแบบอันซีนแล้ว ผู้คนตลอดจนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่นี่ ดูจะอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยสร้างเสน่ห์ให้กับจังหวัดสตูล อย่างที่เรารู้กันดีว่าประชากรในจังหวัดสตูลส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม หากแต่ความต่างทางศาสนาไม่ใช่อุปสรรคสำคัญในการอยู่ร่วมกันบนพื้นแผ่นดินไทย ไม่แปลกใจที่พี่น้องชาวมุสลิมที่นี่จะต้อนรับพวกเราด้วยรอยยิ้ม ความเป็นกันเอง และอัธยาศัยที่เรียบง่าย เท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้แขกผู้มาเยือนอย่างพวกเรารู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก และเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2558 ทางจังหวัดสตูลได้จัดงาน “รายานาชาติสตูล 2015” หรือ “Satun Raya Festival 2015” ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างระหว่างเทศบาลเมืองสตูลกับสมาคมส่งเสริมการเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสตูล โดยหวังที่จะใช้งานนี้เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์อัตลักษณ์ของชาวไทยมุสลิมที่สวยงามของชาวสตูล และเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นให้อยู่คู่จังหวัดสืบไป

 

อลังการเฉลิมฉลองพี่น้องมุสลิม

ก้าวแรกเมื่อเราเดินเข้าไปในงาน จะต้องเป็นอันสะดุดกับฮิญาบหลากสีสัน ผู้คนที่มาร่วมงานในวันนั้นส่วนใหญ่มีตั้งแต่เด็กจนถึงคนชรา งานนี้ไม่มีใครห่วงตีนกาและริ้วรอยที่ปรากฏบนใบหน้าเลยสักคน เพราะทุกคนต่างพกรอยยิ้มกันมาตั้งแต่บ้าน สีสันของงานคงหนีไม่พ้นขบวนพาเหรดวัฒนธรรม 3 เชื้อชาติ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ที่รอตั้งริ้วขบวนเป็นแนวยาว ในฐานะผู้สังเกตการณ์ เราจึงเห็นอากัปกิริยาของผู้คนเหล่านั้นอยู่ห่าง ๆ บ้างก็ดูเหน็ดเหนื่อยเพราะอากาศที่ร้อน บ้างก็ยิ้มไม่หยุด บ้างก็พูดคุยกันเหมือนไม่ได้เจอหน้ากันมานาน แต่ทั้งหมดนี้ทุกคนต่างมีความยินดีที่จะมาร่วมเฉลิมฉลอง ซึ่งเปรียบเสมือนเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ของพี่น้องชาวมุสลิม และถือเป็นงานรื่นเริงงานใหญ่งานหนึ่งของจังหวัด

 

เหล่านี้เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เราเห็นถึงมิตรภาพพี่น้องมุสลิมชาวไทยและเพื่อนบ้าน ที่ไม่ว่าจะคุณจะเป็นคนเชื้อชาติและศาสนาใดก็ตาม ก็สามารถเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานในวันนั้นได้ เพียงแค่คุณเปิดใจรับในความต่าง เท่านี้คุณจะได้สัมผัสวัฒนธรรม ประเพณีอันยิ่งใหญ่งานหนึ่งของพี่น้องชาวไทยมุสลิม อีกทั้งยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพทางวัฒนธรรมที่แข็งแรงของจังหวัดสตูลอีกด้วย

 

แสงสีทองกำลังลาลับขอบฟ้า นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนให้เรารู้ว่า เมื่อถึงวันพรุ่งนี้ความสวยงามทั้งหมดที่เราพบเจอในวันนี้จะกลายเป็นความทรงจำ แต่อย่างน้อยที่สุด…เสี้ยวหนึ่งในความทรงจำของเราก็ถูกเมมโมรี่ไว้ว่า “สตูล” เป็นเพชรเม็ดงามอีกเม็ดหนึ่งของภาคใต้ฝั่งอันดามัน อันเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่จะไม่มีวันเสื่อมคลาย…

สถานที่ทั่วโลก ที่ต้องไปผจญภัย มีประเทศไทยด้วย ออกไปผจญภัยในโลกใบกลม

สถานที่ทั่วโลก เกิดมาทั้งทีต้องใช้ชีวิตให้คุ้ม ออกไปผจญภัยในโลกใบกลม ๆ ใบนี้ให้ทั่วกันดีกว่าการผจญภัยที่ครั้งหนึ่งในชีวิตเราควรไปสัมผัสกันให้ได้สักครั้ง ซึ่งแต่ละสถานที่นั้นมีความสวยงามมาก ๆ

สถานที่ทั่วโลก  การผจญภัยที่ครั้งหนึ่งในชีวิตเราควรไปสัมผัสกันให้ได้สักครั้ง ซึ่งแต่ละสถานที่นั้นมีความสวยงามมาก ๆ เลยทีเดียว แถมในประเทศไทยก็ติดอันดับกับเขาด้วยเช่นกัน จะเป็นที่ไหนและมีสถานที่อื่น ๆ

สถานที่ทั่วโลก

1. ชื่นชมสีสันของปะการังใต้ท้องทะเลที่ เกรต แบร์ริเออร์ รีฟ ประเทศออสเตรเลีย

เกรต แบร์ริเออร์ รีฟ (Great Barrier Reef) เป็นแนวปะการังที่ยาวและใหญ่ที่สุดในโลก เป็นอุทยานทางทะเลที่ทอดยาวกว่า 3,000 กิโลเมตร (1,800) ไมล์ ขนานไปกับชายฝั่งของรัฐควีนแลนด์ ประเทศออสเตรเลีย งดงามไปด้วยปะการังมากกว่า 400 ชนิด สัตว์ทะเลอีกกว่า 1,500 ชนิด นกมากกว่า 200 ชนิด

สัตว์เลื้อยคลานอีกประมาณ 20 ชนิด รวมทั้งเต่าทะเล หอยยักษ์ที่มีอายุมากกว่า 120 ปี เมื่อมีปะการังหลากหลายชนิดก็ย่อมมีรูปร่างและสีสันที่แตกต่างกันไป จึงทำให้แนวปะการังในเขตเกรต แบร์ริเออร์ รีฟ มีความโดดเด่น ตัดกับท้องทะเลสีฟ้าสดใสอย่างงดงาม เป็นสถานที่ดำน้ำในฝันของนักเดินทางทั่วโลก ได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 1981

2. ตื่นตะลึงกับภูเขาหินปูนที่ฮาลองเบย์ ประเทศเวียดนาม

ฮาลองเบย์ มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม มีภูเขาหินปูนตั้งสง่างาม ท่ามกลางผืนน้ำอันกว้างใหญ่ ตั้งอยู่ที่อ่าวตังเกี๋ย (Gulf of Tonkin) จังหวัด Quang Ninh ประเทศเวียดนาม ซึ่งห่างจากเมืองหลวงฮานอย ประมาณ 165 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่กว่า 43,400 ไร่ ประกอบไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยประมาณ 1,600 เกาะ มีรูปร่างที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเกิดจากการกัดกร่อนของน้ำ ลม

และแสงแดด แต่ละเกาะจะเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจี เมื่อสะท้อนลงน้ำที่ใสสะอาด จึงเกิดเป็นทัศนียภาพที่งดงาม ราวกับภาพวาดจากปลายพู่กันของจิตรกรผู้มากฝีมือในสมัยก่อน ได้รับการจดบันทึกให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1994

3. ปีนเขาสู่น้ำตกอีกวาซู ชายแดนประเทศอาร์เจนตินาและบราซิล

อีกหนึ่งความมหัศจรรย์ที่สรรสร้างมาจากธรรมชาติ น้ำตกอีกวาซู (Iguazu Falls) เป็นน้ำตกที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก สูงถึง 80 เมตร กว้าง 3 กิโลเมตร ตั้งอยู่ระหว่างชายแดนประเทศอาร์เจนตินาและประเทศบราซิล อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณและสัตว์ป่ามากมาย จึงทำให้น้ำตกอีกวาซูเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้รับการจดบันทึกให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 1984

4. ดำน้ำที่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ประเทศไทย

ประเทศไทยเป็นดินแดนที่มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะท้องทะเลทั้งทางฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน แต่สถานที่ที่ได้รับความนิยมและมีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติมากที่สุดก็คือ เกาะพีพี เพราะเกาะพีพีมีธรรมชาติใต้ท้องทะเลที่สมบูรณ์ มีแนวปะการังหลากสีสัน ปลาและสัตว์ทะเลมากมายที่สามารถดำน้ำชมได้อย่างใกล้ชิด น้ำทะเลมีความใสสะอาด

หาดทรายขาวละเอียดเนียนนุ่ม เหมาะแก่การนอนอาบแดดและพักผ่อน จึงไม่แปลกใจที่เกาะแห่งนี้จะมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เกาะพีพีอยู่ห่างจากอำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ประมาณ 42 กิโลเมตร เอกลักษณ์ของเกาะพีพีก็คือเวิ้งอ่าวคู่ของอ่าวต้นไทรและอ่าวโละดาลัม เป็นภาพที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต่างรู้จักกันดี เราคนไทยอยู่ใกล้แค่นี้ ไม่ไปไม่ได้แล้ว

5. ถ่ายรูปกับสถาปัตยกรรมสัญลักษณ์ที่นิวยอร์ก ซิตี้ สหรัฐอเมริกา

นิวยอร์ก ซิตี้ เป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหล เต็มเปี่ยมไปด้วยแสงสีและแฟชั่น แต่ท่ามกลางความวุ่นวายในเมืองใหญ่ ก็ยังมีตึกและอาคารบ้านเรือนในลักษณะสถาปัตยกรรมสัญลักษณ์ (Iconic Architecture) คือเป็นตึกสูงหรือมีรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์

ซึ่งตึกในนิวยอร์กบางส่วนมีโครงสร้างที่อิงกับยุคสมัย เช่น ตึกแฟลตไอออน (Flatiron Building) พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน (Metropolitan Museum of Art) ห้างสรรพสินค้าแมซี (Macy’s Department Store) ตึกเอ็มไพร์สเตท (Empire State Building) ฯลฯ กลายเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของนิวยอร์กที่ต้องไปสัมผัสให้ได้สักครั้งในชีวิต

6. ดื่มด่ำกับเมืองสุดโรแมนติก กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

กรุงปารีส เมืองหลวงและเป็นเมืองที่สำคัญของประเทศฝรั่งเศส เป็นเมืองที่คนทั่วโลกต่างลงความเห็นว่ามีความโรแมนติกสุด ๆ ด้วยมีบรรยากาศทั้งลักษณะของบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม มีเอกลักษณ์โดดเด่น มีสถานที่ท่องเที่ยวอันโด่งดังก็คือ หอไอเฟล (Eiffel Tower) หอคอยโครงสร้างเหล็กบนชองป์ เดอ มารส์ (Champ-de-Mars) ฐานกว้าง 125 เมตร และสูง 300 เมตร

ในยามค่ำคืนแสงไฟจะส่องสะท้อนให้หอไอเฟลเปล่งประกายเป็นสีเหลืองทอง ประกอบกับอากาศในกรุงปารีสที่เย็นสบาย ทำให้มีบรรยากาศที่งดงามและโรแมนติกอย่างมาก

7. เติมเต็มความสุขที่ทัชมาฮาล เมืองอัครา ประเทศอินเดีย

สัมผัสความรักที่ยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโมกุล ที่มีต่อพระมเหสีของพระองค์ ณ ทัชมาฮาล หลุมฝังศพศิลาอ่อนสีขาว ที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามตระการตา สร้างขึ้นในระหว่างปี ค.ศ. 1631-1648 ตั้งอยู่ฝั่งขวาของแม่น้ำยมุนา (Yamuna) ครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 17 ไร่

ตัวอาคารโดดเด่นด้วยลักษณะโดมขนาดใหญ่ ประดับประดาโดยรอบด้วยลวดลายที่วิจิตรบรรจง มีสวนที่ตกแต่งอย่างงดงามล้อมรอบ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ได้รับการบันทึกให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1983

8. ชมสัตว์ป่าที่หมู่เกาะกาลาปากอส

หมู่เกาะกาลาปากอส เป็นหมู่เกาะที่อยู่ในทะเลแปซิฟิก ห่างจากทวีปอเมริกาใต้ประมาณ 1,000 กิโลเมตร เป็นเกาะที่มีระบบธรณีวิทยา สัตววิทยา และนิเวศวิทยาที่น่าสนใจ มีสัตว์ป่าและพืชจากยุคดึกดำบรรพ์หลงเหลืออยู่

เช่น เต่ายักษ์ อีกัวนา นกสายพันธุ์ Blue Footed booby นกสายพันธุ์ Red footed booby ฯลฯ หมู่เกาะกาลาปากอสเกิดจากภูเขาไฟ มีพื้นที่ทั้งหมด 7,994 ตารางกิโลเมตร โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติและท้องทะเลที่สวยงาม ทั้งหมดคือเสน่ห์ที่ทรงคุณค่า ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ประกาศให้หมู่เกาะกาลาปากอสเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1978

9. ขี่อูฐชมพีระมิดแห่งกีซา กรุงไคโร ประเทศอียิปต์

มหาพีระมิดแห่งกีซา เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ถูกสร้างขึ้นในโลกอียิปต์ยุคโบราณ ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกไล่ไปจนถึงทางใต้ของกรุงไคโร บนทะเลทรายอันกว้างใหญ่ สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการฝังศพกษัตริย์ของอียิปต์ในสมัยโบราณ ประกอบด้วยพีระมิดคูฟู (Khufu) พีระมิดคาเฟร (Khafre) และพีระมิดเมนคูเร (Menkaure) นักท่องเที่ยวนิยมนั่งอูฐเพื่อการเที่ยวชมบริเวณโดยรอบของพีระมิด

10. ไปวัดขนาดของยอดเขาคิลิมันจาโร ประเทศแทนซาเนีย

ยอดเขาคิลิมันจาโร ถือได้ว่าเป็นภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีพื้นที่ประมาณ 75,575 เฮกเตอร์ สูง 5,895 เมตร ตั้งตระหง่านอย่างสง่างามอยู่ท่ามกลางป่า โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่าหลากหลายชนิดอยู่บริเวณโดยรอบของภูเขา ยามหน้าหนาวจะมีหิมะปกคลุมบริเวณยอดของหุบเขา เป็นภาพที่งดงามที่ทำเอาทั้งชาวแอฟริกันและต่างชาติหลงใหล

11. ไต่เขา Tiger Leaping Gorge เมืองลี่เจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน

หุบเขาแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากเมืองลี่เจียงไปทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 100 กิโลเมตร เป็นหุบเขาที่เชื่อว่าลึกที่สุดในโลก มีเส้นทางเดินป่า ปีนเขาที่สวยงาม ช่วงหนึ่งจะเป็นสะพานไม้ที่อยู่เหนือแม่น้ำแยงซีเกียง

ซึ่งสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่งดงามของคุ้งแม่น้ำที่มีภูเขาสีเขียวขจีโอบล้อมรอบ เส้นทางศึกษาธรรมชาติเส้นนี้มีระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร แต่ละช่วงมีธรรมชาติที่แตกต่างกันออกไป แต่บรรยากาศโดยรวมนั้น ถือได้ว่าเป็นสวรรค์แห่งดินแดนจีนอีกที่หนึ่งเลยทีเดียว

12. ศึกษาประวัติศาสตร์แห่ง อะโครโพลิส กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ

อะโครโพลิส (Acropolis) เป็นดินแดนเก่าแก่ ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงในเมืองเอเธนส์ ประเทศกรีซ มีสถาปัตยกรรมสไตล์กรีกโบราณที่ยิ่งใหญ่ ตั้งอย่างโดดเด่นอยู่บนเทือกเขา มีวิหารที่สำคัญหลายแห่ง เช่น วิหารพาร์เธนอน (Parthenon) ออกแบบโดย อิคตินุส (Ictinus) วิหารอิเรคธีออน (Erechtheion) วิหารโพรไพเลีย (Propylaea) ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าของอะโครโพลิส

ออกแบบโดย Mnesicles มีสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นอื่น ๆ เช่น Theatre of Dionysus และ Theater of Herod Atticus โรงละครขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าอะโครโพลิสเป็นดินแดนที่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและควรค่าแก่การมาเยือนที่สุด

13. นครวัด เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา

นครวัด เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลก ด้วยเป็นโบราณสถานที่มีสถาปัตยกรรมตามแบบศิลปะขอมสุดอลังการ มีเนื้อที่โดยรวมประมาณ 400 ตารางกิโลเมตร เป็นปราสาทที่ล้อมรอบโดยคูน้ำ ตามแนวความคิดให้สถานที่แห่งนี้เป็นคล้ายกับเขาพระสุเมรุบนสรวงสวรรค์ สร้างขึ้นราวปี ค.ศ. 802-1220 เป็นปราสาทหิน

มีรูปแกะสลักนางอัปสราอยู่โดยรอบกำแพงของปราสาท ตัวปราสาทมีทั้งหมด 5 ปรางค์ สูง 60 เมตร ยาว 100 เมตร และกว้าง 80 เมตร ยามอาทิตย์อัสดงภาพของกำแพงจะสะท้อนลงสู่สระน้ำด้านหน้าปราสาท เป็นภาพที่ต้องไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต

14. ตะลุยแกรนด์แคนยอน รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา

แกรนด์แคนยอน ตั้งอยู่ในรัฐแอริโซนา เป็นหินผาและหุบเหวที่มีความสวยงามอย่างน่าอัศจรรย์ มีลักษณะเป็นหุบเขาหินที่เกิดจากการกัดกร่อนของทั้งน้ำ ฝน ลม และแสงแดด โดยมีแม่น้ำที่สำคัญอย่างแม่น้ำโคโลราโด (Colorado River) เป็นสายน้ำสำคัญที่ทำให้เกิดการกัดกร่อนภูเขาหินจนกลายมาเป็นแกรนด์แคนยอน มีอายุทางธรณีวิทยามากกว่า 2 พันปี

หุบเหวมีความยาวถึง 445 กิโลเมตร บางช่วงเป็นหุบเขาลึกประมาณ 1.5 กิโลเมตร มีช่วงกว้างประมาณ 500 เมตรถึง 30 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวนิยมเดิน ขี่จักรยาน และล่องเรือเพื่อการเที่ยวชม ได้รับการจดบันทึกให้เป็นมรดกโลกด้วยเช่นกันในปี ค.ศ. 1979

แต่ละสถานที่นั้นถือได้ว่าเป็นสถานที่ที่มีความอลังการ สมควรแก่การไปเที่ยวชมมากถึงมากที่สุด คนไทยโชคดีแค่ไหนที่มีสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกอยู่ในบ้านเมืองตัวเอง เพราะฉะนั้นเมื่อออกเดินทางไปท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นในเมืองไทยหรือต่างประเทศก็ช่วยกันรักษาแหล่งท่องเที่ยวเหล่านั้นด้วย ความสวยงามเหล่านี้จะได้อยู่คู่กับโลกไปตราบนานเท่านาน

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://travel.kapook.com…

ที่เที่ยวชมธรรมชาติ ยิ่งสูงยิ่งเสียว ชวนเพื่อนไปเที่ยวแล้วไม่ผิดหวัง!

ที่เที่ยวชมธรรมชาติ ที่เที่ยวชมธรรมชาติสุดแอดเวนเจอร์
ยิ่งสูงยิ่งเสียว ชวนเพื่อนไปเที่ยวแล้วไม่ผิดหวัง

ที่เที่ยวชมธรรมชาติ สำหรับใครที่ชอบเที่ยวผจญภัย ชอบความท้าทาย ต้องชอบกันแน่ๆ .. ลองเปลี่ยนแนวจากเที่ยววิถีสโลว์ไลฟ์ มาเที่ยวแนวแอดเวนเจอร์กันบ้างดีกว่า  อยากแนะนำ ที่เที่ยวชมธรรมชาติ ยิ่งสูงยิ่งเสียว มาฝากกัน ไปคนเดียวมันไม่สนุก ต้องฉุดแก๊งค์เพื่อนไปด้วย

สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จังหวัดเชียงใหม่

ที่เที่ยวชมธรรมชาติ
Canopy Walkway ทางเดินลอยฟ้าชมวิวธรรมชาติเหนือเรือนยอดไม้ ตั้งอยู่ภายในสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ นี้ถือเป็นเส้นทางเดินลอยฟ้าที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ด้วยระยะทางกว่า 400 เมตร ระดับความสูงกว่า 20 เมตร และมีความสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 800 เมตร

ทางเดินเป็นโครงเหล็กและระยะทางบางช่วงจะเป็นพื้นกระจกใส ทำให้สามารถมองเห็นทัศนียภาพเบื้องล่าง และภาพเหนือยอดไม้ เป็นมุมมองแบบพาโนรามา 360 องศา ที่น่าตื่นตาตื่นใจ

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://travel.mthai.com…