Press "Enter" to skip to content

ผู้เขียน: Candi

About Candi

Here are my most recent posts

บ้านเหนือคลอง แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่รอให้คุณได้ไปสัมผัส

บ้านเหนือคลอง แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่รอให้คุณได้ไปสัมผัส

ไปกันยัง

บ้านเหนือคลอง

แหล่งท่อง เที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่รอให้คุณได้ไปสัมผัส


ทำงานมาเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า ทั้งอาทิตย์

อยากจะพักผ่อนกายา  บาคาร่า  แช่น้ำให้ตัวเย็น

สูดกลิ่นโอโซนกันให้เต็มปอด

กับสีเขียวของต้นไม้ใบหญ้า และผืนป่า

ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์


ทิ้งความอ่อนล้า เอาเท้าจุ่มในลำธาร ที่มีน้ำใส ไหลเย็น

นั่งมองบรรยากาศที่โอบล้อมไปด้วยภูเขา

ฟังเสียงน้ำไหลเบาๆ

โอ๊ย! สุดฟิน

บ้านเหนือคลอง เป็นสถานที่ท่องเที่ยว Unseen อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ตั้งอยู่ใน ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานีสถานที่แห่งนี้ อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ และเส้นทางที่สวยงาม

ผู้คนไม่พลุกพล่าน เพราะเป็นแหล่งชุมชนท้องถิ่น

บ้านเหนือคลอง แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่รอให้คุณได้ไปสัมผัส

น้อยคนนักที่จะรู้จัก แต่อยากให้คุณไปลอง

ชาวบ้านมีอัธยาศัยดี น่ารัก และเป็นกันเอง

คุณสามารถชื่นชมความงามได้ตลอดเส้นทาง

และเลือกลงเล่นน้ำในแอ่งน้ำ ตามจุดต่างๆ ได้เป็นระยะๆ

สุดเส้นทางสายนี้ ยังมีน้ำตก 357

ซึ่งมีเจ้าหน้าที่อุทยานประจำอยู่ และสามารถให้คำแนะนำ

สำหรับการเดินเท้า ขึ้นไปชื่นชมความงามได้อีกด้วย


หากคุณกำลังวางแผน หาสถานที่พักผ่อนในวันหยุดนี้

รับรองว่าสถานที่แห่งนี้

จะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอนค่ะ…

บ้านต้นไม้ จ.พัทลุง การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ

บ้านต้นไม้ จ.พัทลุง การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ

บ้านต้นไม้ร้อยหวัน นอนฟังสายน้ำ อีกมุมของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ของชุมชน คนต้นน้ำ บ้านบางเหรียง หมู่ที่ 3 ต.เกาะเต่า อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง พื้นที่ที่อบอุ่นไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ เมื่อเดินทางเข้ามาสัมผัส

และพักผ่อนบรรยากาศที่ร่มรื่น อากาศที่บริสุทธิ์ สายลมที่พริวไหว สายน้ำใสๆ ที่ไหลลงมาจากเทือกเขาบรรทัดทำให้ที่นี่ดู มีชีวิตชีวา และความดิบของธรรมชาติ ที่ชาวบ้านได้ร่วมกันอนุรักษ์ ทำให้น่าสัมผัสถึงการท่องเที่ยว

และเรียนรู้ใน  บาคาร่า  ห้องเรียนธรรมชาติ

บ้านต้นไม้ จ.พัทลุง การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ

นายสุรศักดิ์ เย็นทั่ว เจ้าของบ้านต้นไม้ร้อยหวัน กล่าวว่า ผืนป่าต้นน้ำที่ชาวบ้านได้ร่วมกันคัดค้านจากการสัมปทานเมื่อ 40 กว่าปี ทำให้ป่าที่นี่ได้หลงเหลือไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึก ได้เรียนรู้เรื่องราวของต้นไม้ท้องถิ่น เป็น

ห้องเรียนที่เรียนรู้อย่างไม่มีวันจบในระบบนิเวศน์แห่งฝืนป่า ใบไม้ใบพืชสีเขียวนั่นคืออาหารที่ได้มาจากธรรมชาติ ได้รู้ที่มาที่ไปและปลอดภัยจากสารพิษ มนต์เสน่ห์แห่งป่า พาร่างกายสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ สบายตาด้วย

ใบไม้เขียวขจี ฟังเสียงแมลงร้องเพลง เสียงน้ำไหล นอนพักบนบ้านต้นไม้ แช่น้ำผ่อนคลาย ลองแวะมาได้ที่ บ้านต้นไม้ร้อยหวันนอนฟังสายน้ำ

เที่ยวหมู่บ้านปกาเก่อญอ ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

เที่ยวหมู่บ้านปกาเก่อญอ ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

หมู่บ้านปกาเก่อญอ ตั้งอยู่ที่ 4 กลุ่มบ้าน ในพื้นที่แม่กลางดี (ขุนน้ำแม่กลาง )ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ได้แก่ บ้านแม่กลางหลวง บ้านอ่างกาน้อย บ้าน

ผาหมอนและบ้านหนองหล่ม ได้ร่วมมือกันพัฒนาการท่องเที่ยวในรูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศขึ้น ภายใต้การดูแลของนักวิชาการด้านการท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม

ที่ได้ร่วมกันดำเนินโครงการการท่อง เที่ยวเชิงนิเวศ บ้านแม่กลาง ดอยอินทนนท์ จังหวัด เชียงใหม่ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักกองทุนสนับสนุนการวิจัยแห่งชาติ

มีเป้าหมายให้ชุมชยสามารถพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่ของตน เองได้อย่างมีประสิทธิภาพ บาคาร่า  และมีความยั่งยืนทั้งต่อชุมชนและต่อระบบนิเวศหมู่บ้านปกาเก่อญอ เป็นหมู่บ้านที่มีความโดดเด่น

ในเรื่องของการทำนาขั้นบันไดที่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์การตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ป่า จนกลายเป็น ภูมิปัญญาของชาวกะเหรี่ยง ส่วนสวนพืชผักและไม้ดอกเมืองหนาวที่เกิดจากการพัฒนา

ความรู้ตามที่ได้รับการสงเสริมนอกจากนั้นยังเป็นแหล่งป่าดิบเขา ป่าสนและต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์ มีสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดปีและยังมีวัฒนธรรมประเพณีอันสวยงามประจำชาติพันธุ์

ที่ได้รับการอนุรักษ์และสืบทอดอย่างดีจากชาวบ้านมาจนถึงปัจจุบัน


กิจกรรมการท่องเที่ยว ที่ชาวบ้านได้ร่วมพัฒนาขึ้นรองรับการท่องเที่ยวและดำเนินการจัดการกันเองภายในชุมชน อาทิเช่น การบริการที่พักแบบ

Home stay และ Village stay การเดินป่า ศึกษาธรรมชาติ เดินป่าดูนกประจำถิ่นที่มีเฉพาะในบริเวณยอดดอยอินทนนท์

จากนั้นอย่าลืม และ ชิมอาหารท้องถิ่น กาแฟสดสูตรกะเหรี่ยง ชมพิพิธภัณฑ์ และการสาธิตองค์ความรู้ต่างๆ ในศูนย์วัฒนธรรมชนเผ่า ชมสวนพืชผักและ

ดอกไม้เมืองหนาว เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ และผ้าทอพื้นบ้าน นอกจากนั้นยังมีการนวดลอบสมุนไพรตามความรู้กะเหรี่ยง

เที่ยวหมู่บ้านปกาเก่อญอ ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

กรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

บ้านแม่กลางหลวง ชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านและแปลงพืชผัก/ไม้ดอกเมืองหนาว ชมหมู่บ้านและวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ชมฝูงปลาค้างคาว และเล่นน้ำห้วยแม่ท้อกลางหมู่บ้าน

บ้านอ่างกาน้อย บริการที่พักแบบโฮม สเตย์กับชาวบ้าน เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี แลวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยง ชิมอาหารพื้นบ้าน เดินป่าศึกษาธรรมชาติ

บ้านหนองหล่ม ชมการสาธิตและการแสดงของชาวบ้านตามประเพณีและวัฒนธรรมในศูนย์วัฒนธรรมพื้นบ้านชมและศึกษาข้อมูลทางชาติพันธุ์ในแง่มุมต่างๆ และเลือกซื้อ ผลิตภัณฑ์ของชาวบ้าน

บ้านผาหมอน บริการที่พักแบบวิลเลจ สเตย์บริเวณกลางพื้นที่นาขั้นบันได และที่พักแบบโฮม สเตย์ ในบรรยากาศที่ใกล้ชิดกับชาวบ้าน ชิมอาหารพื้นบ้าน นวดแผนโบราณ

อบสมุนไพรและศึกษาวิถีชีวิตดั้งเดิม เดินป่าศึกษาธรรมชาติและดูนกประจำท้องถิ่น/อพยพ


การเดินทาง สำหรับการเดินทางไปยังหมู่บ้านในโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนนี้สามารถไปได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถประจำทางเส้นทางเดียวกับกับการเดินทาง

ไปยังดอยอินทนนท์อันเลื่องชื่อของจังหวัดเชียงใหม่ตามเส้นทางหลวงระหว่างอำเภอจอมทอง และที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์หมายเลข 1009 ที่ท่านจะสามารถ

มองเห็นหมู่บ้านแม่กลางหลวงได้จากเส้นทางดังกล่าวส่วนหมู่บ้านอื่นๆจะต้อง เดินทางผ่านป่าธรรมชาติเข้าไปอีกประมาณ 1-5 กิโลเมตรซึ่งตลอดเส้นทางจะมีธรรมชาติพันธุ์ไม้

ที่สวยงามและแก่งลำน้ำแม่กลางพาดไหลเลียบตลอดเส้นทางหากสนใจกรุณาติดต่อมายังเครือข่ายการท่องเที่ยวปกาเก่อญอ บ้านแม่กลางหลวง จังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์บริการ

ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ดอยอินทนนนท์ บ้านแม่กลางหลวง (กม.26) ชาลี สว่างธรรมกุล , สมศักดิ์ คีรีภูมิทอง 68ม.17 บ้านแม่กลางหลวง ต.บ้าน หลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

50160 06-1936464 01-9608856 คลิก ดอยอินทนนนท์ หรือ สถาบันการท่องเที่ยวโดยชุมชน…

ชวนลุยเที่ยวเชิงอนุรักษ์ จ.เพชรบูรณ์ กินอิ่ม นอนอุ่น ที่บ้านเหมืองแบ่ง

ชวนลุยเที่ยวเชิงอนุรักษ์ จ.เพชรบูรณ์ กินอิ่ม นอนอุ่น ที่บ้านเหมืองแบ่ง

พัฒนาการเมืองมะขามหวาน เชิญชวนนักท่องเที่ยว ลุยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กินอิ่ม นอนอุ่น ที่บ้านเหมืองแบ่ง จ.เพชรบูรณ์ โฮมสเตย์ นอนสบาย 4 แบบ 4 สไตล์ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ : นานาโฮมสเตย์

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.61 นายประดิษฐ หลวงจอก พัฒนาการจังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า จ.เพชรบูรณ์ ขอเชิญนักท่องเที่ยว มาสัมผัส การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กินอิ่ม นอนอุ่น

ที่บ้านเหมืองแบ่งดินแดนที่ได้ชื่อว่ามีมะขามหวานและการแปรรูปมะขามมากที่สุด  บาคาร่า  และยังคงไว้ซึ่งวิถีชีวิตพื้นบ้านอันเรียบง่ายแบบสังคมชนบท อากาศบริสุทธิ์และเงียบสงบ

ชาวบ้านร่วมกันดูแลรักษาป่าไม้ ทำให้บ้านเหมืองแบ่ง อุดมไปด้วย ปลา ผักป่าและสมุนไพรนานาชนิด สามารถพึ่งตัวเองได้ในวิถีอันเรียบง่าย จะสุขสบายใจแค่ไหน ตามมาเที่ยวพิสูจน์กันได้ทุกเมื่อ

สามารถ Check in บ้านเหมืองแบ่ง : มรดกล้ำค่าของชุมชนบ้านเหมืองแบ่งคือ ภูมิปัญญาและประเพณีอันดีงาม นักท่องเที่ยวสามารถไปเรียนรู้และหัดทำได้

ไม่ว่าจะเป็นการทำตุง บายศรี ต้นผึ้ง ฯลฯ สุดฟินกับอาหารพื้นถิ่น : เหมืองแบ่งมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติ อีกทั้งยังปลูกพืชผักสวนครัวไว้ทานเอง ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

นักท่องเที่ยวที่มาพักสามารถเข้าครัว ฝึกปรือเสน่ห์ปลายจวักได้อย่างเป็นกันเอง มีเมนูเด็ดที่ชวนลิ้มลอง คือ แกงอ่อมไก่ น้ำพริกสะทอน เมี่ยงโค้น น้ำพริกปลาดุกปลาร้า”นายประดิษฐกล่าว

นายประดิษฐ ยังกล่าวว่า นักท่องเที่ยว สามารถCheck in โฮมสเตย์ นอนสบาย 4 แบบ 4 สไตล์ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ : นานาโฮมสเตย์ เป็นเรือนครึ่งตึกครึ่งไม้สองชั้นหลังใหญ่

แบบประยุกต์ แยกกันระหว่างห้องนอนเจ้าของบ้าน กับห้องนอนนักท่องเที่ยว โถงบ้านกว้างใหญ่ มีครัวให้ได้สนุกกับการหัดทำอาหารพื้นถิ่นด้วย /แม่สิทธิ์โฮมสเตย์ เป็นเรือน

ไม้สักชั้นเดียวขนาดกะทัดรัด ลานบ้านกว้างขวาง ล้อมรอบด้วยสวนมะขามและมะนาว หลังบ้านมีบ่อเลี้ยงปลาและแปลงผักสวนครัว

ชวนลุยเที่ยวเชิงอนุรักษ์ จ.เพชรบูรณ์ กินอิ่ม นอนอุ่น ที่บ้านเหมืองแบ่ง

โฮมมัมโฮมสเตย์ อยู่ท้ายหมู่บ้าน เป็นเรือนปูนผสมไม้ติดเนินเขา แวดล้อมด้วยต้นไม้ และก้อนหินขนาดใหญ่ที่ธรรมชาติรังสรรค์ไว้อย่างสวยงาม ระเบียงหน้าบ้าน

เหมาะกับการนั่งรับลมชมวิวฟังเสียงลำธารไหล /ลุงเชาว์โฮมสเตย์ เป็นเรือนพื้นถิ่นแบบประยุกต์ ครึ่งตึกครึ่งไม้ ภายในบ้าน สะอาด กว้างขวาง พื้นที่แยกส่วนกัน

ระหว่างเจ้าของบ้านกับนักท่องเที่ยว ทั้งห้องนอนห้องน้ำ เพื่อความสะดวกสบายของผู้พัก”นายประดิษฐ์กล่าว อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวสามารถ ติดต่อพักโฮมสเตย์ได้ที่

คุณประถม เชื้อบุญมี ผู้นำชุมชน โทร.093 149 4901”นายประดิษฐกล่าว…

ท่องเที่ยวบ้านต้นไม้ร้อยหวัน

ท่องเที่ยวบ้านต้นไม้ ร้อยหวัน

บ้านต้นไม้ร้อยหวัน นอนฟังสายน้ำ อีกมุมของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ของ ชุมชนคนต้นน้ำ บ้านบางเหรียง หมู่ที่ 3 ต.เกาะเต่า อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง

พื้นที่ที่อบอุ่นไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ บาคาร่า  เมื่อเดินทางเข้ามาสัมผัสและพักผ่อนบรรยากาศที่ร่มรื่น อากาศที่บริสุทธิ์ สายลมที่พริวไหว สายน้ำใสๆ ที่ไหลลงมาจาก

เทือกเขาบรรทัดทำให้ที่นี่ดู มีชีวิตชีวา และความดิบของธรรมชาติ ที่ชาวบ้านได้ร่วมกันอนุรักษ์ ทำให้น่าสัมผัสถึงการท่องเที่ยวและเรียนรู้ในห้องเรียนธรรมชาติ


นายสุรศักดิ์ เย็นทั่ว เจ้าของบ้านต้นไม้ร้อยหวัน กล่าวว่า ผืนป่าต้นน้ำที่ชาวบ้านได้ร่วมกันคัดค้านจากการสัมปทานเมื่อ 40 กว่าปี ทำให้ป่าที่นี่ได้หลงเหลือ

ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึก ได้เรียนรู้เรื่องราวของต้นไม้ท้องถิ่น เป็นห้องเรียนที่เรียนรู้อย่างไม่มีวันจบในระบบนิเวศน์แห่งฝืนป่า ใบไม้ใบพืชสีเขียวนั่นคืออาหาร

ที่ได้มาจากธรรมชาติ ได้รู้ที่มาที่ไปและปลอดภัยจากสารพิษ มนต์เสน่ห์แห่งป่า พาร่างกายสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ สบายตาด้วยใบไม้เขียวขจี ฟังเสียงแมลง

ร้องเพลง เสียงน้ำไหล นอนพักบนบ้านต้นไม้ แช่น้ำผ่อนคลาย ลองแวะมาได้ที่ บ้านต้นไม้ร้อยหวันนอนฟังสายน้ำ

ท่องเที่ยวอุทยานธรรม เขานาในหลวง

ท่องเที่ยวอุทยานธรรม เขานาในหลวง

การเดินทางเดินทางจากทางเข้าเขื่อนรัชชประภาเมื่อมาถึงบริเวณไฟแดงที่กิโลเมตรที่ วิเคราะห์บอล 61 ให้เลี้ยวซ้าย และเดินทางต่อไปอีกประมาณ 20 กิโลเมตร

จะเจอ อุทยานธรรม เขานาในหลวง ซึ่งอยู่บริเวณริมถนนด้านขวามือ

สิ่งที่น่าสนใจ

1ซุ้มประตูโบราณแบบ 9 ยอด มีแสงพระอาทิตย์ขึ้นตรงประตูซุ้ม

2จุดชื่นชมทะเลหมอก

3รอยพระพุทธบาทปรากฏอยู่บนยอดเขาของอุทยานธรรม ที่เปรียบเสมือนเป็นศูนย์รวมแห่งความเชื่อและความศรัทธาของเหล่าบรรดาพุทธศาสนิกชน

4มีสถาปัตยกรรมต่างๆ สามารถชม สักการะบูชา หรือถ่ายถาพเป็นที่ระลึกได้

ช่วงเวลา ฤดูกาลที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว

ช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ จะเต็มไปด้วยจำนวนผู้คนที่เข้ามากราบไหว้สักการะขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ต่อทั้งตัวเองและครอบครัว…

ก่อนเที่ยวเชิงอนุรักษ์ 4 เรื่องต้องรู้

ก่อนเที่ยวเชิงอนุรักษ์ 4 เรื่องต้องรู้

ปัจจุบันการท่องเที่ยว ไม่ใช่เพียงเพื่อพักผ่อนหย่อนใจอีกต่อไป มีนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม เริ่มให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่ไม่ทำลายธรรมชาติ

รวมถึงการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมโดย “การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์หรือเชิงนิเวศ”วันนี้เรามีเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์หรือเชิงนิเวศ” โดย พีร์นิธิ รัตนพงศ์ธระ

หรือ พี่เชษฐ์ ประธานศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลน บ้านคลองโคน ผู้ที่หันมาพัฒนาสิ่งแวดล้อมในบ้านเกิด ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ได้รับความนิยม

จนได้รับรางวัลชุมชนดีเด่นทางด้านการท่องเที่ยว ในโครงการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่อง เที่ยวไทยในปี 2550 โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

4 เรื่องที่ควรใส่ใจ ก่อนเที่ยวเชิงนิเวศ thaihealthพี่เชษฐ์ บอกว่า เพราะธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญของแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ

หากธรรมชาติ และระบบนิเวศได้รับผลกระทบจากการใช้ประโยชน์ในรูปแบบใดก็ตาม วิเคราะห์บอล โอกาสที่ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเสื่อมโทรมลงหรือถูกทำลายลงก็มีอยู่สูง

การให้ความรู้ความเข้าใจหรือการสร้างจิตสำนึกแก่นักท่องเที่ยวหรือผู้มาเยือนจึงเป็นสิ่งสำคัญการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์หรือเชิงนิเวศ มีความแตกต่างจากการท่องเที่ยวทั่วไปคือ

การให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์เป็นหลัก นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่น่าสนใจของชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมด้วย

ซึ่งจุดเด่นของการท่องเที่ยวนี้ คือ การมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น ชุมชนได้รับผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวทั้งทางตรงและทางอ้อม รูปแบบของการมีส่วนร่วมของชุมชน

ได้แก่ การลงทุนเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดเล็กที่ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่ำ การเป็นมัคคุเทศก์ การนำสินค้าที่เป็นศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านมาขายแก่นักท่องเที่ยว

และการจ้างงานในส่วนบริการอื่นๆ เป็นต้น

ก่อนเที่ยวเชิงอนุรักษ์ 4 เรื่องต้องรู้

4 เรื่องที่ควรใส่ใจ ก่อนเที่ยวเชิงนิเวศ thaihealthทำตัวอย่างไร เมื่อไปท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ฯ

1. ไม่ทิ้งเศษอาหาร และขยะมูลฝอยลงในน้ำ ไม่เก็บก้อนหิน เปลือกหอย หรือสิ่งอื่นใดในบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวนั้น ๆ กลับบ้าน

2. ไม่ส่งเสียงดัง อันเป็นการรบกวนผู้อื่นรวมทั้งสัตว์ที่อยู่ในพื้นที่ รวมถึงไม่ล่า ทำลาย หรือกระทำการใดๆ อันจะทำให้ พืช สัตว์ และสภาพแวดล้อมเสียหาย

3.ไม่ประพฤติปฏิบัติขัดต่อวิถีชีวิตประเพณีนิยมของคนท้องถิ่น ลองสังเกตการประพฤติปฏิบัติของคนในพื้นที่ เพื่อที่เราจะได้ปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง รู้จักกาลเทศะอันควร

ทั้งหมดนี้เราจะได้รับการต้อนรับและไมตรีที่ดีตอบกลับมา และยังจะได้เรียนรู้ถึงวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่ไปท่องเที่ยวอีกด้วย

4. การท่องเที่ยวเชิงนิเวศหลายพื้นที่ มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัยได้ในหลากหลายรูปแบบ ดังนั้น ก่อนเดินทางควรตรวจสอบสภาพอากาศและสภาพพื้นที่

จัดเตรียมอุปกรณ์และสิ่งของที่จำเป็น เลือกสถานที่ในการเล่นน้ำ หรือดำน้ำในบริเวณที่ปลอดภัย ปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญหากนำเด็ก

ไปด้วยต้องดูแลอย่างใกล้ชิดพี่เชษฐ์ ย้ำอีกว่า ด้านความปลอดภัย ถ้าต้องการท่องเที่ยวอย่างมีความสุขและสนุก การระมัดระวังอันตรายการเกิดอุบัติเหตุเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก

ต้องเริ่มตั้งแต่การออกเดินทาง ควรคำนึงถึงความปลอดภัยให้มากที่สุด ต้องไม่ประมาท ตรวจสอบพาหนะที่ใช้ต้องอยู่ในสภาพที่ดีก่อนออกเดินทางทุกครั้งไม่ว่าจะเดินทางท่องเที่ยว

ไปยังที่ใด เราต้องสำนึก และระลึกอยู่เสมอว่าต้องอนุรักษ์ความสวยงามของสถานที่นั่นให้คงอยู่ ไม่ต่างจากงานหรือธุรกิจที่เราเป็นเจ้าของเพราะหากเราช่วยกันรักษาความสวยงามนั้น

จะอยู่กับเราไปอีกแสนนาน” พี่เชษฐ์ ทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thaihealth.or.th…

ชุมชมการท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ ชุมชนบ้านถ้ำผึ้ง

ชุมชมการท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ ชุมชนบ้านถ้ำผึ้ง

ชุมชนบ้านถ้ำผึ้งได้รับ รางวัลลูกโลก สีเขียว ในปี 2547 และประเภทรางวัล “สิปปนนท์ เกตุทัต 5 ปี แห่งความยั่งยืน” ปี 2553 ชุมชนบ้านถ้ำผึ้งก่อตั้งในปี 2505

แวดล้อมด้วยพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์ กระทั่งถูกคุกคามเพราะการจับจองพื้นที่ทำการเกษตร ดูบอลออนไลน์  และการสัมปทานป่า ทำให้ป่ามีความเสื่อมโทรม แหล่งน้ำธรรมชาติเหือดแห้ง

ชาวบ้านบ้านถ้ำผึ้งหันหน้าปรึกษาหารือเพื่อจะรักษาและฟื้นฟูป่าของชุมชน ทั้งการกั้นแนวเขตเป็นป่าของชุมชนจำนวน 4 แปลง ห้ามมีการบุกรุกและปลูกป่าทดแทน

จนชุมชนได้ป่าสมบูรณ์กลับคืนมาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเริ่มขึ้นในปี 2544 ภายใต้ชื่อ “กลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านถ้ำผึ้ง” ซึ่งเป็นแนวคิดและความพยายามของชาวบ้านเอง

ที่จะผนวกเรื่องการพัฒนากับงานอนุรักษ์ป่าเข้ามาไว้ด้วยกัน เพราะเมื่อป่าเป็นแหล่งสร้างรายได้ ให้ประโยชน์กับชุมชน ทุกคนก็ต้องช่วยรักษาป่าไว้ ต่อมาในปี 2553 จดทะเบียน

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านถ้ำผึ้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติในชุมชนถ้ำผึ้งมีหลากหลายให้ได้เที่ยวชม ตั้งแต่ความงามของป่าต้นน้ำซึ่งชุมชนเก็บผืนป่าไว้เป็น

แหล่งต้นน้ำของชุมชนบ่อดันทรายดูดอยู่ในพื้นที่ป่าชุมชน ประมาณ 200 กว่าไร่ ลักษณะเป็นบึงที่มีทรายละเอียด น้ำใส บริเวณก้นบึงจะมีแรงดันของอากาศ ทำให้ทรายถูกน้ำดันขึ้น

หากปรบมือเสียงจากการปรบมือจะทำให้เพิ่มแรงดัน และบริเวณใกล้เคียงกันเป็นบ่อน้ำดูด หากนำมือจับจะมีความรู้สึกคล้ายๆมีกระแสไฟฟ้า


น้ำตกบางคุยเป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีธารน้ำไหลผ่านโขดหินสวยงาม มีต้นกำเนิดจากต้นน้ำผุดไหลลงสู่คลองชะอุ่น

ชุมชมการท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ ชุมชนบ้านถ้ำผึ้ง

ถ้ำน้ำลอด เป็นถ้ำที่สามารถเดินทะลุจากด้านหนึ่งไปสู่อึกด้านหนึ่งได้ ระยะทางประมาณ 100 เมตร มีลำธารที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี

นอกจากนั้นยังมีจุดชมวิวทะเลหมอกยามเช้า ที่มาพร้อมกับหมอกขาวโพลนที่สวยงาม แต่ก็ต้องมาในช่วงฤดูฝน (พ.ย.-ม.ค.) จะพบกับหมอกที่สวยงาม


ที่พักแบบโฮมสเตย์ ผ่านการประเมินบ้านพักโฮมสเตย์ไทย จำนวน 9 หลัง รับรองด้วยอาหารพื้นบ้าน ซึ่งอร่อยขึ้นชื่อ ขนาดที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมากันเป็นคณะ

เพียงเพื่อจะรับประทานอาหารที่นี่ ของดีที่ห้ามพลาดคือเมนูผักเหรียง กล้วยฉาบที่ทำจากกล้วยหอม กล้วยไข่ ของกลุ่มแม่บ้าน

จากจุดเล็กๆ เมื่อวันวาน ปัจจุบันชุมชนถ้ำผึ้งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศของจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ดึงดูดให้ผู้มีใจรักธรรมชาติแวะเวียนมาไม่ขาดสาย

เป็นแหล่งศึกษาดูงานของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงชุมชนทั้งใกล้-ไกลได้เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานอนุรักษ์และการจัดการป่า เป็นชุมชนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย

ใครที่ได้ไปมาแล้ว ฝากบอกเป็นเสียงเดียวกัน สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นจริงๆ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.greenglobeinstitute.com…

ลักษณะของการ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ลักษณะของการ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ความหมายและลักษณะของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

Ecotourism เป็นคำที่เกิดใหม่ในวงการ อุตสาหกรรม ท่องเที่ยว โดยนำคำ 2 คำมารวมกัน ได้แก่ Eco และ Tourism คำว่า Eco แปลตามรูปศัพท์ว่า

บ้านหรือที่อยู่อาศัย ส่วน Tourism แปลว่าการท่องเที่ยว Ecotourism จึงแปลว่า ดูบอลออนไลน์  การท่องเที่ยวเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย หมายความถึง การท่องเที่ยวที่เน้น

ในด้านสิ่งแวดล้อมอันเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ทั้งพืช สัตว์ และมนุษย์ส่วนคำว่า นิเวศ ซึ่งเป็นคำภาษาสันสกฤตที่นำมาใช้ในภาษาไทยก็แปลว่า

บ้านหรือที่อยู่อาศัยเช่นกัน (ดูพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน) ฉะนั้น การท่องเที่ยวเชิงนิเวศจึงเป็นศัพท์บัญญัติที่มีความหมายตรงกับคำในภาษาอังกฤษ

อย่างเหมาะสม นอกจากคำว่า Ecotourism แล้ว ยังมีคำอื่นๆที่มีความหมายใกล้เคียงหรือเกี่ยวข้องกันอีกหลายคำ ได้แก่ Green tourism แปลว่า การท่องเที่ยวสีเขียว

หมายถึง การท่องเที่ยวสถานที่ทางธรรมชาติโดยสีเขียวเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ Biotourism แปลว่า การท่องเที่ยวเชิงชีวภาพ ซึ่งหมายถึง

การท่องเที่ยวที่เน้นการศึกษาสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ และ Agrotourism แปลว่า การท่องเที่ยวเชิงเกษตรเป็นการท่องเที่ยวที่เน้นในด้านเกษตรกรรม เพื่อให้เรียนรู้เกี่ยว

กับธรรมชาติของพืชผลไร่นา และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร

 

คำว่า การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เป็นศัพท์บัญญัติที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำมาใช้ อย่างเป็นทางการใน พ.ศ. 2541 โดยให้มีความหมายตรงกับคำว่า Ecotourism

ในภาษาอังกฤษศัพท์บัญญัตินี้ได้รับความเห็นชอบจากราชบัณฑิตยสถาน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบัญญัติศัพท์แล้วเพื่อขยายความหมายของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

จะขอกล่าวถึงคำนิยามที่นักวิชาการได้ให้ไว้ในที่ต่างๆ ดังนี้องค์การสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme – UNEP) สมาคมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

(Ecotourism Society) และองค์การ การท่องเที่ยวโลก (World Tourism Organi- zation) ให้คำนิยามว่า ”การท่องเที่ยวที่ไม่เป็นการรบกวนลักษณะทางธรรมชาติ มุ่งหวังในด้านการศึกษา

มีความพอใจต่อทัศนียภาพ พืชพรรณ และสัตว์ตามธรรมชาติ มีความเข้าใจต่อวัฒนธรรม ประวัติความเป็นมาของสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ โดยไม่เป็นการรบกวนต่อระบบนิเวศ ในขณะเดียวกัน

ก็สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ที่จะทำ ให้เกิดการอนุรักษ์ต่อทรัพยากรของประชากร ในท้องถิ่น

ดร. ราลฟ์ บักลีย์ (Dr. Ralph Buckley) ศาสตราจารย์ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ มหาวิทยาลัยกริฟฟิท ประเทศออสเตรเลีย ให้คำนิยามสั้นๆว่า ”การท่องเที่ยวที่อาศัยผลิตผล

ทางธรรมชาติ การจัดการที่ยั่งยืน และองค์ประกอบทางการศึกษาซึ่งมีส่วนก่อให้เกิดการอนุรักษ์

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้คำนิยามว่า “การเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใดแห่งหนึ่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษา ชื่นชม และเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพธรรมชาติ

สภาพสังคม วัฒนธรรม และชีวิตของคนในท้องถิ่น บนพื้นฐานความรู้และความรับผิดชอบต่อระบบนิเวศ

ลักษณะของการ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ช่วงกระแสของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแพร่ขยายไปทั่วโลก และททท. ได้จัดทำแผนพัฒนาและจึงได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาเรื่อง Ecotourism

ระยะแรกคณะทำงานมีมติใช้คำจำกัดความEcotourismในความหมายภาษาไทยว่า “การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์” โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะสื่อความหมายให้กับชาวไทย

ทุกระดับให้เข้าใจว่า รูปแบบการท่องเที่ยว Ecotourism นับเป็นรูปแบบการจัดการการท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพ เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และรูปแบบการจัดการการท่องเที่ยว

เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมในการรับรู้ของชาวไทย คือ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ต่อมา ททท. ได้มอบหมายให้สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วท.)

ทำการศึกษาเพื่อกำหนดนโยบายการท่องเที่ยวเพื่อรักษาระบบนิเวศ และขอให้ราชบัณฑิตสถานกำหนดความหมายในที่สุดจึงได้ความหมายของคำว่า Ecotourism หรือ

การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ หมายถึง การท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบในแหล่งธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น และแหล่งวัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับระบบนิเวศสิ่งแวดล้อม

และการท่องเที่ยว โดยมีกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของผู้ที่เกี่ยวข้อง ภายใต้การจัดการอย่างมีส่วนร่วมของท้องถิ่น เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดจิตสำนึกต่อการรักษาระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://sites.google.com…

การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

การท่องเที่ยวสีเขียว หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ การท่องเที่ยว เชิงนิเวศ คือคำเฉพาะที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน แต่คำนี้หมายความอย่างไร

สมาคมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศระหว่างประเทศได้ให้คำจำกัดความของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศว่าเป็น “การท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบต่อพื้นที่

ทางธรรมชาติด้วยการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพัฒนาความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่นให้ดีมากยิ่งขึ้น” ถ้านักท่องเที่ยวปฏิบัติตามกฏเกณฑ์และเงื่อนไข

ของความรับผิดชอบ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการฟื้นฟูชีวิตความเป็นคนอยู่ของคนในท้องถิ่นที่ได้กำหนดไว้ มีความเป็นไปได้ว่า กิจกรรมการท่องเที่ยว

หรือประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวต่างๆจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ว่าด้วยเรื่องของความยั่งยืน ดูบอลออนไลน์  หรือความสามารถในการทำกิจกรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่สร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม


ปัญหาก็คือการท่องเที่ยวในหลายๆด้านยังไม่ตอบโจทย์ในเรื่องของความยั่งยืน การเดินทางทางอากาศก่อให้เกิดมลพิษซึ่งทำให้สภาพอากาศเลวร้ายลง

โรงแรมอันหรูหราหลายแห่งได้ใช้พลังงานอย่างมหาศาลเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าอย่างดีที่สุดซึ่งสร้างแรงกดดันต่อทรัพยากรท้องถิ่น ในขณะเดียวกัน

บุคคลภายนอกมักจะถูกจ้างให้มาทำงานตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆซึ่งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนท้องถิ่นโชคดีที่องค์กรระหว่างประเทศและระดับชาติ

หลายแห่งอย่างเช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ให้การสนับสนุนธุรกิจต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของการท่องเที่ยว

เชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติมาเป็นระยะเวลาหลายทศวรรษแล้ว หลักเกณฑ์เหล่านี้ได้กำหนดให้กิจกรรมท่องเที่ยวต้องมีส่วนทำให้เกิดการอนุรักษ์

ความหลากหลายทางชีวภาพ การฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่นให้ดีมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงก่อให้เกิดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวอย่าง

มีจิตสำนึก อย่างมีความรับผิดชอบต่อสถานที่ท่องเที่ยวแก่ผู้มาเยือน โดยที่กิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆจะต้องใช้ทรัพยากรที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ให้น้อยที่สุด

และยังต้องเปิดโอกาสให้คนท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมด้วย

การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการที่มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหลายคนได้แสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถจัดการกับเรื่องที่ยากลำบากอย่างการปลูกจิต

สำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้แก่นักท่องเที่ยวได้อย่างประสบความสำเร็จ และหลายประเทศเช่นประเทศไทยได้จัดกิจกรรมสีเขียวที่หลากหลายเพื่อตอบสนอง

ความต้องการแก่นักท่องเที่ยวที่มีความกระตือรือร้นที่จะฝากรอยเท้าเอาไว้จากการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า การขี่จักรยานเที่ยวชมรอบเมืองชนบท การนอนหลับ

พักผ่อนในบ้านพักโฮมสเตย์ การช่วยออกไปทำการเกษตร หรือแม้แต่การซื้อสินค้างานฝีมือจากชาวบ้านในท้องถิ่น นักท่องเที่ยวหน้าใหม่ก็มีหนทางมากมายที่จะดื่มด่ำ

และซึมซับวัฒนธรรมที่พวกเขาไม่คุ้นเคย ยิ่งไปกว่านั้น นักท่องเที่ยวหลายคนก็ลงเอยด้วยการผูกมิตรกับชาวบ้านในท้องถิ่นตลอดชีวิต


ด้วยความที่การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศได้ก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวายและความโกลาหลในทุกทวีปทั่วโลก ผู้คนจำนวนมากจึงมองเห็นว่ามันเป็นความจำ

เป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องหยุดสร้างความเสียหายแก่โลกของเรา การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนถูกคาดหวังให้เป็นเป้าหมายที่สำคัญอย่างยิ่งที่เราจะต้องบรรลุ แทนที่จะเป็น

เพียงแค่เป้าหมายที่ต้องการ เมื่อนักท่องเที่ยวได้ท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบด้วยการดูแลรักษาและแสดงความเคารพต่อสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมที่พวกเขาได้ไป

เยี่ยมเยือน ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงทำให้ทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต่างได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน เจ้าบ้านมีความภาคภูมิใจในการแบ่งปันที่ดินและวัฒนธรรมกับนักท่องเที่ยว

ที่เดินทางมาจากที่ห่างไกล และนักท่องเที่ยวก็เดินทางกลับด้วยความประทับใจในมนต์เสน่ห์อันน่าหลงใหลอย่างไม่มีวันสิ้นสุดของโลกของเรา

ขอบคุณแหล่งที่มา https://7greens.tourismthailand.org…