Press "Enter" to skip to content

เดือน: พฤษภาคม 2019

เที่ยวสุขใจ สไตล์ลูกทุ่ง ไร่ภูเคียงดาว นครราชสีมา

เที่ยวสุขใจ สไตล์ลูกทุ่ง ไร่ภูเคียงดาว นครราชสีมา

ไร่ภูเคียงดาว จังหวัดนครราชสีมา เป็นไร่และสวนผลไม้ในรูปแบบ ฟาร์มสเตย์ อยู่ในพื้นที่วังน้ำเขียว ติดหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 4 บ้าน

คลองปลากั้ง อยู่ท่ามกลางธรรมชาติและไร่ นา ป่า และภูเขา อากาศเย็นตลอดปี

การพักผ่อนที่ไร่ภูเคียงดาว ผู้เข้าพักจะได้รับบริการอย่างเป็นกันเองสไตล์ลูกทุ่งกับกระท่อมกลางนา ใครที่ชอบทำอาหารที่นี่ก็มีเครื่องปรุงต่างๆ

จากธรรมชาติในไร่ไว้บริการ โดยไม่ต้องไปหาซื้อ ทั้ง ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด มะนาว ชะอม ดอกแค สะเดา มะเขือพวง มะเขือเปราะ และอื่นๆ

จำนวนบ้านพัก 5 หลัง กระท่อมกลางนา 2 หลัง และเต็นท์รองรับนักท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะไม่เกิน 35 คน เป็นบ้านพักสไตล์ลูกทุ่ง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก

ทีวี ดาวเทียม เครื่องทำน้ำอุ่น หนังสือที่สามารถเลือกอ่านได้เต็มอิ่มในบรรยากาศส่วนตัวและแสนสงบ และมีบริการเต็นท์พร้อมเครื่องนอน 20 หลัง

ในบ้านพักยังมีจักรยานให้บริการหลังละ 2 คัน และผลไม้ตามฤดูกาลฟรีตลอดการพักผ่อน


ไร่ภูเคียงดาวยังมีกิจกรรมส่องสัตว์ในยามเย็น สามารถชมกระทิงด้วยตาเปล่าที่หอส่องสัตว์และโป่งเทียมภายในเขตเขาใหญ่ได้อีกด้วย รวมทั้งมีรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อบริการ เพื่อนำเที่ยวทั่ววังน้ำเขียว

ข้อมูลเกี่ยวกับ…ไร่ภูเคียงดาว ฟาร์มสเตย์ นครราชสีมา

ที่ตั้ง: 100 หมู่ 16 ติดหน่วยพิทักษ์เขาใหญ่ 4 บานคลองปลากั้ง ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

ขอบคุณแหล่งที่มา www.ท่องทั่วไทย.com

ชมหิ่งห้อย สไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ชมหิ่งห้อย สไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

เที่ยวชมหิ่งห้อย ใน สไตล์การท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ กันเถอะ!! การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวที่นิยม

ทำกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติและท่องเที่ยวไปพร้อมกัน วันนี้เรามีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่คุณสามารถทำกิจกรรมปลูกป่าชายเลน

และท่องเที่ยวดูความสวยงามของหิ้งห้อยมาฝากกันค่ะ

อัมพวา สมุทรสงคราม

กิจกรรม

อัมพวาเป็นนอกจากจะมีตลาดน้ำในตอนกลางวัน กลางคืนยังมีกิจกรรมล่องเลือชมหิ้งห้อยอีกด้วย การล่องเรือชมหิ้งห้อยจะล่องไปตามแม่น้ำแม่กลอง

ซึ่งบริเวณรอบๆแม่น้ำจะมีต้นลำพูที่เป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าหิ่งห้อยนับพันตัว ระหว่างการล่องเรือคุณจะได้สัมผัสอากาศที่เย็นสบาย พร้อมๆกับชมความสวยงาม

ของหิ้งห้อยนับพันที่ต่างพร้อมใจกันออกมาอวดแสงในยามค่ำคืน

ที่ตั้ง

ถนนโชติธำรงค์ ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม 75110

ค่าบริการ

รายบุคคล คนละประมาณ 60 บาท ต่อคนต่อเที่ยว เหมาลำค่าบริการลำละ 500 บาทต่อ 10 คน

ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง จังหวัดสมุทรปราการ

เที่ยวชมหิ่งห้อย ในสไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กันเถอะ!! เที่ยวชมหิ่งห้อย ในสไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กันเถอะ

กิจกรรม

เป็นแหล่งชมหิ้งหอยที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่นิยมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ก่อนเยี่ยมชมหิ้งหอยในตอนกลางคืนนักท่องเที่ยวสามารถเดินเยี่ยมชมและซื้อของในตลาดบางน้ำผึ้ง

หรือ ทำกิจกรรมปลูกป่าชายเลนก็ได้ เมื่อถึงยาม

ค่ำคืนนักท่องก็จะได้สัมผัสกับฝูงหิ้งห้อยที่ส่องแสงจนทั่วพื้นที่ รับรองว่าสวยงามจนคุณต้องประทับใจจนอยากมาอีกครั้ง

ที่ตั้ง

ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
ค่าบริการ

เปิดให้บริการ 3 รอบ คือ 00 น. 20.00 น. 21.00 น. อัตราค่าบริการ 2 คน ราคา 150 บาท 3 คน ราคา 200 บาท 4 คนขึ้นไป ราคา คนละ 50 บาท และเด็ก ราคา 30 บาท

หมู่บ้านสลักคอก ตราด
เที่ยวชมหิ่งห้อย ในสไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กันเถอะ!! เที่ยวชมหิ่งห้อย ในสไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กันเถอะ!!

กิจกรรม

สถานที่ชมแห่งห้อยเป็นหมู่บ้านที่ล้อมรอบไปด้วยป่าชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์มากในตอนเช้านักท่องเที่ยวสามารถทำกินกรรมปลูกป่าชายเลน

และในตอนกลางคืนก็เยี่ยมชมความสวยงามของหิ้งห้อยที่โบยบินออกมาอวดแสงสวยๆนับพัน

ชมหิ่งห้อย สไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ที่ตั้ง

หมู่ 4 บ้านสลักคอก ตำบลเกาะช้างใต้ อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด

ค่าบริการ

ค่าบริการแล้วแต่ฤดูกาล ควรติดต่อสอบถามก่อนเดินทางไปท่องเที่ยว

บ้านแสมชาย จังหวัดเพชรบุรี

เที่ยวชมหิ่งห้อย ในสไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กันเถอะ!! เที่ยวชมหิ่งห้อย ในสไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กันเถอะ!!

กิจกรรม

ที่บ้านแสมชายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มีชื่อเสียงในการเดินชมหิ้งห้อยในยามค่ำคืน โดยรอบๆตามสองข้างทางจะเต็มไปด้วยต้นลำพูที่เป็นที่อยู่อาศัยของหิ้งห้อย

เมื่อถึงเวลากลางคืนหิ้งห้อยเป็นหมื่นๆตัวจะออกมาส่องแสงจนสว่างไปทั้งพื้นที่ หากท่านได้ไปเยี่ยมชมรับรองจะประทับจนไม่รู้ลืมอย่างแน่นอน

ที่ตั้ง

หมู่บ้านแสมชาย หมู่ 9 ตำบลบางครก อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี

ค่าบริการ

อัตราค่าบริการคนละ 50 บาท

ขอบคุณแหล่งที่มา www.smartsme.co.th

 …

เที่ยวเชิงอนุรักษ์ ธรรมชาติ

เที่ยวเชิงอนุรักษ์ ธรรมชาติ

การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ หรือ Eco-Tourismนั้น โดยความหมายก็คือ การพัฒนาการท่องเที่ยวที่ต้องใช้ทุนธรรมชาติอย่างมัธยัสถ์ให้มีความมั่นคง ยั่งยืน และในท้ายที่สุดจะต้องคืนทุนต่อสังคม ซึ่งหมายถึงการให้ท้องถิ่น

ได้มีโอกาสตั้งแต่เริ่มรับรู้ตัดกระบวนการที่สมบูรณ์ในการพิจารณาทั้งในเรื่องทุนธรรมชาติและทุนทางสังคม ซึ่งส่งผลต่อทุนทาง เศรษฐกิจ ที่ดำรงอยู่ได้

การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เป็นแนวความคิดที่เกิดขึ้นโดยมีสาเหตุมาจากแนวโน้ม ๒ ประการมาบรรจบกันคือ แนวโน้มเกี่ยวกับการอนุรักษ์และแนวโน้มเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงเรื่องอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยมีสาระสำคัญ

เรื่องแนวโน้มเรื่องการอนุรักษ์ เกิดจากการที่ประชาชนเพิ่มขึ้น และภาวะทางเศรษฐกิจถดถอยในหลายประเทศ กิจกรรมการพัฒนาต่าง ๆ เช่น การตัดไม้ทำลายป่า การทำเหมืองแร่ และการเกษตรเกิดขึ้นภายในบริเวณทั่วไป

ซึ่งส่วนใหญ่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศ จนทำให้ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรม และผลที่ตามมาคือความไม่ยั่งยืนของการพัฒนาเศรษฐกิจ ทำให้ประเทศต่าง ๆ ได้พยายามผสมผสานเรื่องของ

การอนุรักษ์เข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจส่วนแนวโน้มเรื่องการท่องเที่ยวนั้น ปรากฏในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มนุษย์ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการใช้เวลาว่างในการเดินทางท่องเที่ยว โดยมีแนวโน้มว่าต้องการท่องเที่ยวแบบผจญภัย

เข้าไปมีส่วนร่วมและสัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังอยากที่จะศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับสถานที่ที่ไปเยือนตั้งแต่ระบบนิเวศไปจนถึงชนิดพันธุ์พืช สัตว์ที่หายากหรือกำลังจะสูญพันธุ์ และประเด็นปัญหาด้านการ

อนุรักษ์ เช่น การสูญเสียทรัพยากรป่าไม้การลักลอบล่าสัตว์ป่า เป็นต้น ฯลฯ จากแนวโน้มสองประการดังกล่าวมาบรรจบกัน ทำให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ หรือการท่องเที่ยวเพื่อรักษาระบบนิเวศขึ้น ดังนั้นการท่องเที่ยว

เชิงอนุรักษ์จึงมีความหมายมากกว่าการท่องเที่ยวแบบธรรมดา แต่จะหมายความรวมไปถึงการท่องเที่ยวที่จะต้องมีการอนุรักษ์ควบคู่ไปด้วยการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มีองค์ประกอบสำคัญ ๓ ประการคือ การสร้างจิตสำนึก

เกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถือว่าเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญของแกล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ หากธรรมชาติและระบบนิเวศได้รับผลกระทบจากการใช้ประโยชน์ในรูปแบบใด

ก็ตาม โอกาสที่ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเสื่อมโทรมลงหรือถูกทำลายลงก็มีอยู่สูง การให้ความรู้ความเข้าใจหรือการสร้างจิตสำนึกแก่นักท่อง

เที่ยวเชิงอนุรักษ์ ธรรมชาติ

เที่ยวหรือผู้มาเยือนจึงเป็นสิ่งสำคัญ

องค์ประกอบข้อ ๒ คือความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว ซึ่งมีความสัมพันธ์กับองค์ประกอบแรกโดยตรง เพราะนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มักเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความปรารถนาหรือสนใจที่จะศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ

ในลักษณะต่าง ๆ และสภาพภูมิทัศน์ตามธรรมชาติ ตลอดจนธรรมชาติที่ยากลำบากต่อการเดินทางและท้าทาย

องค์ประกอบที่ ๓ คือ การมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น เพราะการท่องเที่ยวมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนท้องถิ่นในระยะยาวมากว่ากิจกรรมอื่น ๆ การเปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วน

ร่วมในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในรูปแบบต่าง ๆ จะช่วยให้ชุมชนได้รับผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวทั้งทางตรงและทางอ้อม รูปแบบของการมีส่วนร่วมของชุมชน ได้แก่ การลงทุนเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดเล็ก

ที่ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่ำ การเป็นมัคคุเทศก์ การนำสินค้าที่เป็นศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านมาขายแก่นักท่องเที่ยว และการจ้างงานในส่วนบริการอื่น ๆ เป็นต้น

การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์นั้น มีความแตกต่างจากการท่องเที่ยวแบบเดิม กล่าวคือ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์จะมีขอบข่ายในการพิจารณาที่ลึกซึ้งและให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์เป็นหลัก ซึ่งสามารถระบุวัตถุประสงค์ได้ ๔

ประการ คือ

๑. เพื่อพัฒนาจิตสำนึกและความเข้าใจของนักท่องเที่ยวในการทำคุณประโยชน์แก่สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ

๒. เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ที่มีคุณภาพหรือคุณค่าสูงให้แก่นักท่องเที่ยวหรือผู้มาเยือนแหล่งท่องเที่ยว

๓. เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของชุมชนที่แหล่งท่องเที่ยวตั้งอยู่

๔. เพื่อดูแลรักษาและคงไว้ซึ่งคุณภาพสิ่งแวดล้อมของแหล่งท่องเที่ยว

นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่น่าสนใจของชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา sites.google.com

กรมอุทยาน เที่ยวในพื้นที่อนุรักษ์

กรมอุทยาน เที่ยวในพื้นที่อนุรักษ์

กรมอุทยานฯของบประมาณ  164 ล้านบาท ปรับปรุงคุณภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่อนุรักษ์ ผุดโครงการจัดการขยะในอุทยานแห่งชาติทางทะเล

นายสมหมาย กิตยากุล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดสรรงบประมาณ 164 ล้านบาทปรับปรุงคุณภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่อนุรักษ์ ในพื้นที่

อุทยานแห่งชาติ โดยเน้นการพัฒนาและปรับปรุงศูนย์บริการการท่องเที่ยว สิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งในส่วนของบ้านพัก ลานกางเต็นท์ ห้องน้ำ การพัฒนารูปแบบการถ่ายทอดองค์ความรู้และเสริมสร้างจิตสำนึกด้านการ

อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ทั้งในส่วนของป้ายสื่อความหมาย แผ่นพับประชาสัมพันธ์ รวมทั้งผ่านกิจกรรมนันทนาการต่างๆ ได้แก่ การเดินศึกษาในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ การบรรยายให้ความรู้ในศูนย์บริการการท่องเที่ยว

เป็นต้น ทั้งนี้ มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยงามและน่าสนใจ ประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติ จำนวน 148 แห่ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า จำนวน 10 แห่ง รวมทั้งหน่วยงานอื่นๆ ได้แก่

วนอุทยาน สวนพฤกษศาสตร์ สวนรุกขชาติ หน่วยจัดการต้นน้ำ หน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำ และโครงการพระราชดำรินายสมหมาย กล่าวว่า สำหรับมาตรการในการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และการดูแลรักษา

ความสะอาด โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญ ได้มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการบริการและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ พร้อมรับนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลท่องเที่ยว วันปีใหม่ และวันสงกรานต์ รวมทั้งมีการจัดทำ

โครงการขยะคืนถิ่น ซึ่งรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวนำขยะที่เกิดจากกิจกรรมการท่องเที่ยวออกมาทิ้งนอกแหล่งท่องเที่ยว และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 ได้มีการพัฒนาระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียม และจองบ้านพักออนไลน์

ควบคู่กับจัดทำข้อมูลปริมาณนักท่องเที่ยวตามความสามารถในการรองรับได้ของแต่ละพื้นที่ รวมทั้งแอพพลิเคชั่นในการสืบค้นข้อมูลและนำทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ซึ่งคาดว่าจะสามารถใช้งานได้ใน

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 นี้นอกจากนี้ สำหรับในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 กรมอุทยานฯ ได้เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณบูรณาการ เพื่อเสริมคุณภาพการท่องเที่ยว โดยเน้นการพัฒนาการบริการ และการบริหารจัดการที่

เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บนพื้นฐานความยั่งยืนของทรัพยากรป่าไม้ ใน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ วงเงินงบประมาณ 164 ล้านบาท โดยประกอบด้วยกิจกรรมการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง

และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อันได้แก่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว บ้านพัก ศาลาอเนกประสงค์ ห้องน้ำ ปรับภูมิทัศน์และเส้นทาง เป็นต้น

นอกจากนั้น ยังได้เตรียมโครงการจัดการขยะแบบองค์รวม วงเงินงบประมาณ 17 ล้านบาท ประกอบด้วย กิจกรรมการบริหารจัดการขยะที่เกิดจากกิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเล 9 แห่ง ได้แก่

อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อุทยานแห่งชาติตะรุเตา อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง อุทยานแห่งชาติเขาแหลม

หญ้า-หมู่เกาะเสม็ด อุทยานแห่งชาติหาดวนกร และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง

ขอบคุณแหล่งที่มา www.posttoday.com

ชมวิว ผาตรอมใจ

ชมวิว ผาตรอมใจ

ตั้งอยู่เลยทางเข้าเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ผาเดียวดาย ไปอีกเล็กน้อย คือเป็นทางเข้าของศูนย์เรดาร์ของกองทัพอากาศ บริเวณนี้จริงๆ

แล้วเป็นเขตทหาร แต่ได้จัดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้บริเวณจุดชมวิวผาตรอมใจ เมื่อมองออกไปจะแลเห็นทุ่งหญ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา

บริเวณนี้ค่อนข้างเงียบสงบเนื่องจากเป็นเขตทหารและอยู่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวอื่นอีกทั้งการเดินทางมาก็ค่อนข้างลำบากเพราะไกลและถนนไม่ดี

มีคนมาน้อย บรรยากาศเงียบสงบจึงมีนกหลายชนิดให้ศึกษา บางวันจะมีช่างภาพพร้อมกล้องถ่ายรูปและเลนส์ขนาดใหญ่สำหรับถ่ายภาพนกมานั่งเงียบๆ

คอยนกมาเกาะบนกิ่งไม้แล้วถ่ายภาพจริงๆ แล้วข้างในศูนย์เรดาร์ยังมีหน้าผาหินอีกแห่งหนึ่งซึ่งมีวิวสวยไม่แพ้กัน แต่ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าชม

ขอบคุณแหล่งที่มา th.wikipedia.org

เกาะขาม ที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

เกาะขาม ที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

เกาะขามเป็นเกาะขนาดเล็ก ที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่ อุดมสมบูรณ์ มีชายหาดที่สวยงาม กิจกรรมท่องเที่ยวประกอบด้วย การนั่งเรือท้องกระจกชมประการัง

ดำน้ำชมประการัง เล่นน้ำทะเลริมหาดทรายที่ใสสะอาด การเที่ยวเกาะขามจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ความสะดวกสบายจึงมีไม่มากนัก

และจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยววันละไม่เกิน 300 คน ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการท่องเที่ยวคือช่วงระหว่างเดือนมกราคม – เมษายน

การเดินทางจากฝั่งไปเกาะขามขึ้นเรือได้ที่ท่าเทียบเรือเขาหมาจอ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ (ใกล้กับ อบต.แสมสารและศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน )

เรือออกจากฝั่งเที่ยวแรกเวลาประมาณ 09.00 น.

วิธีเดินทาง: จากท่าเทียบเรือเขาหมาจอ ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จะมีรถรับส่งไปขึ้นเรือ ใช้เวลาเดินทางจากท่าเรือ 20 นาที

เกาะขาม ที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ราคาตั๋วผู้ใหญ่ 200 บาท

ราคาตั๋วเด็กอายุ 3 – 15 ปี 150 บาท

เที่ยวที่ 1 เที่ยวไปเกาะ 09.00 น. เที่ยวกลับฝั่ง 13.00 น.

เที่ยวที่ 2 เที่ยวไปเกาะ 10.00 น. เที่ยวกลับฝั่ง 14.00 น.

เที่ยวที่ 3 เที่ยวไปเกาะ 11.00 น. เที่ยวกลับฝั่ง 15.00 น.

ช่วงเวลาที่ดี: ปกติจะปิดเกาะสิ้นเดือนเมษายนและไปเปิดเกาะอีกครั้งในช่วงปลายปี

*เกาะขามจะ “ปิดเกาะ” ตั้งแต่วันจันทร์ ที่ 16 พ.ค.59 เป็นต้นไป เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรและสภาพสิ่งแวดล้อมให้กลับมาสมบูรณ์ อีกทั้ง

สภาพภูมิอากาศ เริ่มเข้าสู่ฤดูมรสุม ทำให้มีความเสี่ยงในการท่องเที่ยว

เวลาเปิด-ปิด: เฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ เวลา 09.00 -16.00 น.

พักที่ไหนดี: วราสินธ์รีสอร์ท, ห้องพักประทับใจรีสอร์ท

เพิ่มเติม: คู่มือท่องเที่ยวทะเลไทย

เที่ยวเกาะสวยในไทย ที่ร้อนนี้ต้องไป

10 บีชรีสอร์ทสุดฮิป ติดทะเล

หนีร้อนไปนอนทะเล ที่หมู่เกาะสิมิลัน

พักผ่อนวันหยุดสุดฟิน กับ 5 ที่พักบรรยากาศดีในภูเก็ต

ขอบคุณแหล่งที่มา www.govivigo.com

นครราชสีมา บ้านไร่ตับเต่า ฟาร์มสเตย์ ธรรมชาติบ้านสไตล์บาหลี

นครราชสีมา บ้านไร่ตับเต่า ฟาร์มสเตย์ ธรรมชาติบ้านสไตล์บาหลี

หากนึกถึงฟาร์มสเตย์บรรยากาศดีในพื้นที่มีสวนมะม่วงและโรง เพาะเห็ดโคน ญี่ปุน บรรยากาศร่มรื่น ล้อมรอบด้วยธรรมชาติ

มองเห็นวิวเทือกเขาใหญ่ได้ชัดเจน ต้องนึกถึง “บ้านไร่ตันเต่า ฟาร์มสเตย์” จังหวัดนครราชสีมา ด้วยจำนวนที่พัก 8 หลัง รวมถึงเต็นท์ไว้ให้บริการ


บริเวณบ้านไร่ตับเต่า จะได้สัมผัสความร่มรื่นของธรรมชาติ ความสวยงามของที่พักที่ตกแต่งได้กลมกลืนกับธรรมชาติ

ภายในบ้านพักทุกหลังตกแต่งสไตล์โมเดิร์น บาหลี เรียบง่าย แต่มีเสน่ห์ เอกลักษณ์ของที่นี่คือ ระเบียงที่มีขนาดใหญ่ยื่นออกมาจากตัวบ้าน เป็นที่นั่งรับประทานอาหารและสังสรรค์

เพื่อให้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ห้องพักที่นี่จึงไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ เช่น แอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น แต่ได้บรรยากาศและโอโซนธรรมชาติ

นครราชสีมา บ้านไร่ตับเต่า ฟาร์มสเตย์ ธรรมชาติบ้านสไตล์บาหลี

 


ห้องพักประกอบไปด้วย ห้องตับเต่าสวีท เป็นห้องเล็กๆ มีระเบียงกว้างให้นอนชมจันทร์ และดวงดาวในคืนฟ้าใส ห้องเต่าสุมหัว

เหมาะสำหรับกลุ่มเพื่อนฝูงนอนคุยกัน รำลึกถึงคืนวันเก่าในรั้วโรงเรียน ห้องตะวันแยง มีระเบียงชมท้องฟ้าและขุนเขา ห้องหมอนทอง เป็นห้องสีเหลือง สไตล์คาวบอย ย้อนยุคไปสู่ยุค 60


นอกจากนี้ยังมี บ้านฟ้าฝากฝน บ้านพร้อมดาดฟ้า จุดชมวิว 360 องศา บ้านลมฝากหนาว รับลมด้วยระเบียงส่วนตัว ริมบึงสีชานมเย็น และ ห้องน้ำอาบลมหนาว เป็นต้น
บ้านไร่ตับเต่า ยังให้บริการกางเต็นท์ สามารถนำเต็นท์มาเอง หรือเช่าเต็นท์ของทางไร่ก็ได้

ขอบคุณแหล่งที่มา www.ท่องทั่วไทย.com

ตามรอยพระบาท ทุ่งโปร่งทอง เที่ยวเชิงอนุรักษ์ สวนพฤกษศาสตร์ จ.ระยอง

ตามรอยพระบาท ทุ่งโปร่งทอง เที่ยวเชิงอนุรักษ์ สวนพฤกษศาสตร์ จ.ระยอง

หากพูดถึงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ขอให้เพื่อนๆ ปักหมุด จ.ระยอง ไว้ในลิสได้เลย เพราะเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

และกำลังมาแรง แถมยังอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อีกด้วย เราจึงอยากพาเพื่อนๆ ไปชมสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจใน จ.ระยองกัน

โดยครั้งนี้จะเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และสถานที่แห่งนั้นก็คือ ทุ่งโปร่งทอง ปากน้ำกระแซ และสวนพฤกษศาสตร์ จ.ระยอง นั่นเอง

หากพูดถึงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ขอให้เพื่อนๆ ปักหมุด จ.ระยอง ไว้ในลิสได้เลย เพราะเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

และกำลังมาแรง แถมยังอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อีกด้วย เราจึงอยากพาเพื่อนๆ ไปชมสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจใน จ.ระยองกัน

โดยครั้งนี้จะเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และสถานที่แห่งนั้นก็คือ ทุ่งโปร่งทอง ปากน้ำกระแซ และสวนพฤกษศาสตร์ จ.ระยอง นั่นเอง

ทุ่งโปร่งทอง

ที่ทุ่งโปร่งทองนั้นต้องเล่าก่อนว่าในอดีตเคยเป็นพื้นที่ธรรมชาติเสื่อมโทรม แต่ได้รับการดูแลอนุรักษ์จนกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ที่มีการพัฒนาป่าชายเลนที่ใหญ่ที่สุดใน จ.ระยอง และสุดท้ายก็ได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ทั้งให้ความรู้และสามารถไปชมความสวยงาม

ของธรรมชาติที่มีทั้งป่าโกงกาง ไม้ริมฝั่ง และไม้โปรงที่ขึ้นอยู่หนาแน่นได้ และเมื่อผืนป่าสะท้อนกับแสงแดดนั้นก็เกิดกลายเป็นทุ่งสีทองกว้างใหญ่สวยงามให้เราได้ไปถ่ายรูปสวยๆ กัน

ซึ่งเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาตินั้นจะเริ่มจากสะพานไม้ที่ชุมชนแสมผู้ หากเพื่อนๆ ไปเที่ยวทุ่งโปรงทองนั้นควรไปในช่วงเช้าเพราะแดดจะไม่แรงมากนัก

สามารถเดินเที่ยวเล่นได้สบายๆ ตามระยะทางเดินสำรวจธรรมชาติ นอกจากจะมีต้นโปรงแล้วเพื่อนๆ ยังจะได้ชมป่าชายเลน และป่าโกงกางที่ยังอุดมสมบูรณ์อยู่ด้วย

ซึ่งการเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาตินั้นจะต้องเดินเข้าสู่ระแนงไม้ผ่านป่าชายเลน ซึ่งเพื่อนๆ จะได้เดินไปตามป่าประมาณ 200 เมตรก่อนที่จะทะลุออกมาอยู่กลางทุ่งโปรงทองอันสวยงาม

ค่าเข้าชม : ฟรี
วันเวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่ 6.00 – 18.00 น.
ที่อยู่ : หมู่ 7 ปากน้ำประแส อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
เบอร์โทรศัพท์ : 038 661 720-1

ท่องเที่ยวไทย – ที่เที่ยว

เที่ยวเชิงอนุรักษ์ ตามรอยพระบาททุ่งโปร่งทอง – สวนพฤกษศาสตร์ จ.ระยอง

ตามรอยพระบาท ทุ่งโปร่งทอง เที่ยวเชิงอนุรักษ์ สวนพฤกษศาสตร์ จ.ระยอง

Traveloka, 2 years ago 0 1 min read 2330
หากพูดถึงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ขอให้เพื่อนๆ ปักหมุด จ.ระยอง ไว้ในลิสได้เลย เพราะเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและกำลังมาแรง แถมยังอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อีกด้วย เราจึงอยากพาเพื่อนๆ ไปชมสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจใน จ.ระยองกัน โดยครั้งนี้จะเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และสถานที่แห่งนั้นก็คือ ทุ่งโปร่งทอง ปากน้ำกระแซ และสวนพฤกษศาสตร์ จ.ระยอง นั่นเอง

วันเวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่ 6.00 – 18.00 น.
ที่อยู่ : หมู่ 7 ปากน้ำประแส อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
เบอร์โทรศัพท์ : 038 661 720-1

สวนพฤกษศาสตร์ ​ระยอง

หากต้องการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ระยอง นอกจากทุ่งโปร่งทองแล้วก็ต้องมาที่สวนพฤกษศาสตร์เนี่ยแหละ เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่น่าสนใจ

มีสัตว์ท้องถิ่น พรรณไม้ประจำถิ่น ทั้งพืชบนบกและพรรณไม้น้ำมากมายให้เพื่อนๆ ได้ชม การเดินทางเข้าเยี่ยมชมสวนพฤกษศาสตร์นั้นก็มีหลายแบบ

โดยจะนั่งเรือหรือจะเดินเท้าก็ได้ ซึ่งทั้งสองแบบก็จะได้บรรยากาศแตกต่างกันออกไป หากใครอยากนั่งเรือ อย่าลืมโทรเข้ามาบอกเจ้าหน้าที่กันก่อนด้วยนะ


โดยการนั่งเรือเข้ามาในพื้นที่ของสวนพฤกษศาสตร์นั้น เพื่อนๆ จะได้พบกับบึงน้ำจืด ซึ่งเกิดจากน้ำขังซึ่งจริงๆ

แล้วถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะช่วยในการทำให้น้ำเค็มไม่เข้ามาในพื้นแผ่นดินที่มากเกินไป การนั่งเรือชมนั้นเพื่อนๆ

จะได้เห็นดอกบัวมากมาย หลากหลายชนิด ทั้งบัวเผือน บัวสาย ผัวบาดอกสีขาว บัวดอกหลวงชมพู สวยงามมากๆ

ถ้าหากเดินไปก็จะได้เดินผ่านกำแพงดอกหญ้าสวยงาม เจอบึงบัว ได้เดินเข้าชมธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เป็นสถานที่

ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่คนยังไม่พลุกพล่าน หลีกหนีความวุ่นวาย ได้ยินแต่เสียงของธรรมชาติที่แท้จริง แถมยังมีจุดไฮไลท์

อยู่ที่สะพานไม้ข้ามแม่น้ำที่เพื่อนๆ สามารถมาถ่ายรูปได้

ค่าเข้าชม : ค่าเช่าเรือท้องแบนชั่วโมงละ 500 บาท นั่งได้ 13 คน ค่าเช่าเรือท้องวี ชั่วโมงละ 400 บาท นั่งได้ 13 คน เรือพาย ชั่วโมงละ 20 บาท

วันเวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่ 8.30 – 16.00 น.

ที่อยู่ : สวนพฤกษศาสตร์ระยอง ตู้ ปณ. 2 ไปรษณีย์กล่ำ อ. แกลง จ. ระยอง 21190

เบอร์โทรศัพท์ : 038 638 881

เห็นไหมล่ะว่าที่ระยองนอกจากจะมีทะเลแล้วยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย ยิ่งการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

แบบนี้กำลังฮอตฮิตเลย หากได้แวะมาระยองก็ไม่ควรพลาดกันนะ เมื่อลิสต์แพลนท่องเที่ยวที่จะไปกันได้แล้ว ก็รีบจอง

ที่พักระยองกันเลยดีกว่า ยิ่งจองที่พักระยองกันล่วงหน้า ยิ่งได้ราคาดี๊ดี ยิ่งไปกว่านั้นหากจองที่พักกับ Traveloka

ที่มักจะมีส่วนลดมากมายมานำเสนออยู่เสมอ ยิ่งทำให้ราคายิ่งถูกลงไปอีก แถมการจองก็แสนจะง่าย จะจองผ่านหน้าเว็บ

หรือผ่านแอพพลิเคชั่นก็ได้ จ่ายเงินที่เซเว่นหรือจะโอนผ่าน internet banking หรือจะจ่ายที่ตู้โอนเงิน ไปจ่ายที่ธนาคารก็ได้หมด

เพราะฉะนั้นรออะไรล่ะ รีบจองที่พักระยอง กับ Traveloka กันเลย

ขอบคุณแหล่งที่มา blog.traveloka.com

เที่ยวเชิงอนุรักษ์ ด้วยใจ ต้องทำอย่างไร

เที่ยวเชิงอนุรักษ์ ด้วยใจ ต้องทำอย่างไร

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงและหลายคนอาจจะไม่ได้ใช่หยุดหรือกำลังรอวันหยุดยาวเพื่อที่จะเดินทางไปเที่ยวกันอยู่

และการท่องเที่ยงท่องเที่ยว เชิงนิเวศ หรือเชิงอนุรักษ์ก็เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมาก หลายคนไป

เที่ยวแล้วพาความเจริญและสิ่งต่างๆที่ไม่ควรนำไปด้วย ผมเลยหยิบเรื่องราวของการท่องเที่ยวและข้อแนะนำสำหรับ

ท่องเที่ยวเชิงนิเวศด้วยใจอนุรักษ์มาฝากชาวไอทีเมามันส์กันการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์หรือเชิงนิเวศ มีความแตกต่าง

จากการท่องเที่ยวทั่วไปคือ การให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์เป็นหลัก นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยว

ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่น่าสนใจของชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมด้วยซึ่งจุดเด่นของการท่องเที่ยวนี้ คือ การมีส่วน

ร่วมของชุมชนท้องถิ่น ชุมชนได้รับผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวทั้งทางตรงและทางอ้อม รูปแบบของการมีส่วนร่วม

ของชุมชน ได้แก่ การลงทุนเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดเล็กที่ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่ำ การเป็นมัคคุเทศก์

การนำสินค้าที่เป็นศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านมาขายแก่นักท่องเที่ยว และการจ้างงานในส่วนบริการอื่นๆ เป็นต้น

 

เที่ยวเชิงอนุรักษ์ ด้วยใจ ต้องทำอย่างไร

 

ข้อแนะนำในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ฯ

ไม่ทิ้งเศษอาหาร และขยะมูลฝอยลงในน้ำ ไม่เก็บก้อนหิน เปลือกหอย หรือสิ่งอื่นใดในบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวนั้น ๆ กลับบ้าน

ไม่ส่งเสียงดัง อันเป็นการรบกวนผู้อื่นรวมทั้งสัตว์ที่อยู่ในพื้นที่ รวมถึงไม่ล่า ทำลาย หรือกระทำการใดๆ อันจะทำให้

พืช สัตว์ และสภาพแวดล้อมเสียหาย

ไม่ประพฤติปฏิบัติขัดต่อวิถีชีวิตประเพณีนิยมของคนท้องถิ่น ลองสังเกตการประพฤติปฏิบัติของคนในพื้นที่ เพื่อที่เรา

จะได้ปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง รู้จักกาลเทศะอันควร ทั้งหมดนี้เราจะได้รับการต้อนรับและไมตรีที่ดีตอบกลับมา

และยังจะได้เรียนรู้ถึงวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่ไปท่องเที่ยวอีกด้วยการท่องเที่ยวเชิงนิเวศหลายพื้นที่

มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัยได้ในหลากหลายรูปแบบ ดังนั้น ก่อนเดินทางควรตรวจสอบสภาพอากาศและสภาพพื้นที่

จัดเตรียมอุปกรณ์และสิ่งของที่จำเป็น เลือกสถานที่ในการเล่นน้ำ หรือดำน้ำในบริเวณที่ปลอดภัย ปฏิบัติตามกฎระเบียบ

หรือคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญหากนำเด็กไปด้วยต้องดูแลอย่างใกล้ชิดหวังว่าเป็นข้อมูลที่พอจะทำให้หลายคน

มีความเข้าใจในการท่องเที่ยวรูปแบบนี้ได้ เพื่อความยั่งยืนและให้สถานที่ท่องเที่ยวนั้นอยู่กับเรานานๆ

และยังคงความสวยงามเพื่อนักท่องเที่ยวท่านอื่นๆต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา www.itmoamun.com

ป่าเขาภูหลวง แหล่งเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ป่าเขาภูหลวง แหล่งเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ตั้งอยู่บ้านคลองสมบูรณ์ หมู่ 9 ตำบลระเริง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ คลอบคลุมพื้นที่ 170,000 ไร่

เป็นเทือกเขาป่าดิบแล้วมีศูนย์ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเจ้าหน้าที่ประจำ เปิดให้บริการเข้าค่ายศึกษาธรรมชาติในทุกรูปแบบ

และจัดกิจกรรมต่างๆ พร้อมที่พักทั้งแบบบ้านและเต็นท์ มีกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น การเดินป่าศึกษาธรรมชาติเพื่อชมสภาพป่าดิบ

แล้งของเขาโซ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่า มากมาย การพายเรือ ดูนก ดู ผีเสื้อ การศึกษาท้องฟ้ายามค่ำคืนสามารถมองเห็นกลุ่มดาวต่าง ๆ

ได้อย่างชัดเจนในบริเวณโครงการมีบ้านพักและอาคารนอนไว้รองรับนักท่องเที่ยว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 08 7256 7507, 08 7869 0491

การเดินทาง จากตัวเมืองนครราชสีมา ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 304 สายนครราชสีมา–ปักธงชัย – วังน้ำเขียว แยกเข้าถนนสาย 2072 ในเขต อำเภอปักธงชัย

ผ่านไปบ้านตะขบ – บ้านหนองปล้อง –บ้านไทรงาม หรือจะเลยไปยังอำเภอวังน้ำเขียวแล้วแยกเข้าสู่ถนน 2235

บริเวณก่อนถึงที่ว่าการอำเภอวังน้ำเขียว ประมาณ 20 กิโลเมตร จากนั้นเข้าสู่ถนนลูกรังประมาณ 6-8 กิโลเมตร ถึงทางแยกเข้าที่ทำการภูหลวงระยะทาง 6 กิโลเมตร


ที่นี่เป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่มีสะพานให้ชมต้นไม้และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนต้นไม้กันแบบใกล้ชิด เรียกสะพานนี้ว่า “สะพานศึกษาเรือนยอดไม้”

สวนพฤกษศาสตร์สากลภาคใต้ (ทุ่งค่าย) อยู่ที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว มีพื้นที่ประมาณ 2,600 ไร่

พื้นที่ทั่วไปเป็นที่ราบและเนินเขาเตี้ยๆ ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบ มีป่าพรุและทุ่งหญ้า เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกวัย

ที่ไฝ่เรียนรู้ ศึกษาธรรมชาติและพรรณไม้ สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ” 1 ใน 5 แห่งของภาคใต้

จากแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบทั้งหมด 31 แห่ง ทั่วประเทศของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติส่วนพฤกษศาสตร์นี้

อยู่บน ถ.ตรัง-ปะเหลียน ต.ทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว ห่างจากตัวจังหวัดตรังแค่ประมาณ 13 กิโลเมตร ที่นี่เคยเป็นบริเวณตั้งค่ายพักแรมของกองพล

ในปกครองของเจ้าพระยานครน้อย ซึ่งยกทัพปราบกบฏวันหมาดหลีในต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งเมื่อกบฏรู้ว่าใครจะมาปราบก็เผ่นหนี

เพราะเกรงในฝีมือตั้งแต่ยังไม่ได้รบกัน จนมาถึงปี พ.ศ. 2536 นายกชาวตรังคนแรก นายชวน หลีกภัย ได้ดำริให้ตั้งสวนพฤกษศาสตร์

สากลภาคใต้บนที่ดิน 2600 ไร่นี้สวนป่าแห่งนี้ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยต้นไม้ที่ดูใหญ่จนเกินจริง ทั้งกอเฟิร์นข้าหลวงยักษ์

และต้นระกำที่ใหญ่อย่างกับเราหลุดเข้าป่ายุคไดโนเสาร์ เมื่อเดินเข้าสู่ประตูของป่าแล้ว ก็จะพบกับทางเลือกซ้ายขวาซึ่งจะนำ

เราไปสู่จุดหมายเดียวกันคือทางขึ้นหอคอยเรือนยอด แต่เราแนะนำให้คุณเลี้ยวไปทางซ้าย ซึ่งจะได้เดินไกลกว่านิดหน่อย

แต่จะได้เจอกับการผจญภัยที่ให้ความสนุกสนานได้มากกว่ากันแยะ สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ทำป้ายข้อมูลเกี่ยวกับต้นไม้

และระบบนิเวศน์แทบจะทุกสิบเมตรที่เราเดินผ่าน ซึ่งเป็นแหล่งรวมพันธุ์ไม้ท้องถิ่นภาคใต้ที่หายาก และแบ่งเป็นสัดส่วนแยกตามประเภทของพันธุ์ไม้

โดยทางสวนพฤกษศาสตร์ได้จัดเส้นทางในการศึกษาธรรมชาติบริเวณโดยรอบ ที่สำคัญคือ “เส้นทางศึกษาธรรมชาติเรือนยอดไม้

ป่าเขาภูหลวง แหล่งเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ซึ่งเป็นจุดไฮไลท์ของสวนแห่งนี้ ซึ่งมีทางเดินชมเรือนยอดไม้ที่ยาวและสูงที่สุดแห่งแรกในประเทศไทย มีหอสูง 3 ระดับ คือ 10, 15 และ 18 ตลอดทางเดิน 175 เมตร

ก่อนจะขึ้นไปก็ควรจะได้รู้ก่อนว่า ทางเดินบนยอดไม้เหล่านี้รับน้ำหนักได้ไม่เกิน 800 กิโลกรัม ดังนั้นจึงควรเดินบนสะพานครั้งละไม่เกิน 5 คน

แต่ละช่วงจะได้สัมผัสธรรมชาติที่แตกต่างกันไป เราจะได้เห็นเรือนยอดของต้นไม้และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ จำพวก นก กระรอก พวกลิงพวกค่าง

หรือแม้แต่ดอก ผล ของต้นไม้ก็มีให้ดูอย่ารอรีอีกเลยเชิญก้าวเท้าขึ้นสู่เส้นทางการสัมผัสธรรมชาติเรือนยอดไม้กันดีกว่า ระดับแรกความสูงอยู่ประมาณ 10 เมตร

อาจจะเห็นเรือนยอดของไม้ต้นที่ไม่สูงมากนัก เดินต่อไปถึงช่วงระดับที่สองที่สูงขึ้นอีกหน่อย ช่วงนี้อาจจะเห็นนกบินไปบินมา หรือเห็นตัวกระรอก

กระโดดจากกิ่งไม้ต้นโน้นมาต้นนี้ เราก้าวเท้าไปเรื่อยๆ ถึงระดับที่สามที่มีความสูงที่สุด ถึงช่วงนี้ทุกคนจะร้อง ว้าว! พร้อมกับสูดอากาศเข้าเต็มปอด

และมองไปรอบๆ จะเห็นผืนป่าที่มีความสมบูรณ์กลางเมืองตรังก็ว่าได้ และที่ไม่ควรพลาด! ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกคู่กับยอดไม้และสะพาน

แล้วก็ได้เวลาเดินไปตามช่วงสะพานที่เชื่อมต่อกับหอคอยที่ลดระดับลงเรื่อยๆ ช่วงสะพานที่ 4 ช่วงสะพานที่ 5 และเดินลงสู่พื้นดิน

เดินหน้าต่อสู่เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าพรุ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตรกว่าๆ ตลอดเส้นทางจะได้สัมผัสกับพืชพรรณไม้พื้นล่างจำพวกหวาย

เถาวัลย์ อาทิ ระกำ หลุมพี ยี่โถปีนัง หม้อข้าวหม้อแกงลิง เผลอแป๊บเดียวการเดินทางก็สิ้นสุดทางที่สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้

(ทุ่งค่าย) แห่งนี้ ยังเป็นสวนพรรณไม้แห่งความรักที่มีคู่บ่าวสาวหรือคู่รักมาปลูกต้นไม้ทุกปีในวันวาเลนไทน์


อยู่ที่บ้านบ่อหิน ตำบลบ่อหิน อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่เริ่มก่อตั้งโดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชน

เลี้ยงปลากะพงปลาเก๋าในกระชัง 100 กระชัง ในคลองสิเกา อ.สิเกา จัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าชายเลน

เสน่ห์ของการท่องเที่ยวของชุมชน เน้นกิจกรรมที่มีส่วนร่วมในชุมชน ตั้งแต่การท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิต

ได้สัมผัสเรียนรู้วิถีชีวิตแบบชาวประมง นอนพักบ้านชาวประมง ศึกษาการประมงพื้นบ้าน การออกเรือวางลอบปุ ลอบปลา อวนปลา อวนกุ้ง การตกหมึก

ที่นี่ได้จัดกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกอย่างสร้างสรรค์ไว้หลากหลาย เดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน หรือการเดินทางด้วยเรือตามลำคลอง

การดำน้ำดูปะการังในบริเวณเกาะเล็กๆ ที่ไม่มีทัวร์ไหนพาไปได้และที่สุดยอดคือ ชุมชนพบบ่อน้ำร้อนที่อยู่ในบริเวณลำคลองป่าชายเลน

อุณหภูมิน้ำร้อนประมาณ 45 องศา เป็นบ่อร้อนเค็มแห่งเดียวในจังหวัดตรัง สามารถไปได้โดยเฉพาะช่วงน้ำทะเลลงต่ำสุด

จะสามารถมองเห็นน้ำร้อนพุ่งออกจากบ่อ บริเวณนี้ยังจะพบปูสวยงามหลากสี ปูก้ามดาบมากมาย จุดเด่นอีกอย่างคือกิจกรรม

ร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการปลูกป่าชายเลน การปลูกหญ้าทะเลที่บ้านปากคลอง เม็ดหญ้าทะเลเขียวใส ซึ่งเป็นอาหารของปลาพะยูน

ที่ใกล้จะสูญพันธ์แล้ว การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ จุดขายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาพักและร่วมทำกิจกรรมเชิงอนุรักษ์

ก็คือการได้ทานอาหารทะเลสดๆ กันทุกมื้อ ในบรรยากาศที่พิเศษพิเศษ และที่นี่สามารถมาเที่ยวพักผ่อนได้ทั้งปี

ขอบคุณแหล่งที่มา sites.google.com