Press "Enter" to skip to content

ป่าเขาภูหลวง แหล่งเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ป่าเขาภูหลวง แหล่งเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ตั้งอยู่บ้านคลองสมบูรณ์ หมู่ 9 ตำบลระเริง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ คลอบคลุมพื้นที่ 170,000 ไร่

เป็นเทือกเขาป่าดิบแล้วมีศูนย์ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเจ้าหน้าที่ประจำ เปิดให้บริการเข้าค่ายศึกษาธรรมชาติในทุกรูปแบบ

และจัดกิจกรรมต่างๆ พร้อมที่พักทั้งแบบบ้านและเต็นท์ มีกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น การเดินป่าศึกษาธรรมชาติเพื่อชมสภาพป่าดิบ

แล้งของเขาโซ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่า มากมาย การพายเรือ ดูนก ดู ผีเสื้อ การศึกษาท้องฟ้ายามค่ำคืนสามารถมองเห็นกลุ่มดาวต่าง ๆ

ได้อย่างชัดเจนในบริเวณโครงการมีบ้านพักและอาคารนอนไว้รองรับนักท่องเที่ยว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 08 7256 7507, 08 7869 0491

การเดินทาง จากตัวเมืองนครราชสีมา ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 304 สายนครราชสีมา–ปักธงชัย – วังน้ำเขียว แยกเข้าถนนสาย 2072 ในเขต อำเภอปักธงชัย

ผ่านไปบ้านตะขบ – บ้านหนองปล้อง –บ้านไทรงาม หรือจะเลยไปยังอำเภอวังน้ำเขียวแล้วแยกเข้าสู่ถนน 2235

บริเวณก่อนถึงที่ว่าการอำเภอวังน้ำเขียว ประมาณ 20 กิโลเมตร จากนั้นเข้าสู่ถนนลูกรังประมาณ 6-8 กิโลเมตร ถึงทางแยกเข้าที่ทำการภูหลวงระยะทาง 6 กิโลเมตร


ที่นี่เป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่มีสะพานให้ชมต้นไม้และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนต้นไม้กันแบบใกล้ชิด เรียกสะพานนี้ว่า “สะพานศึกษาเรือนยอดไม้”

สวนพฤกษศาสตร์สากลภาคใต้ (ทุ่งค่าย) อยู่ที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว มีพื้นที่ประมาณ 2,600 ไร่

พื้นที่ทั่วไปเป็นที่ราบและเนินเขาเตี้ยๆ ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบ มีป่าพรุและทุ่งหญ้า เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกวัย

ที่ไฝ่เรียนรู้ ศึกษาธรรมชาติและพรรณไม้ สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ” 1 ใน 5 แห่งของภาคใต้

จากแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบทั้งหมด 31 แห่ง ทั่วประเทศของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติส่วนพฤกษศาสตร์นี้

อยู่บน ถ.ตรัง-ปะเหลียน ต.ทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว ห่างจากตัวจังหวัดตรังแค่ประมาณ 13 กิโลเมตร ที่นี่เคยเป็นบริเวณตั้งค่ายพักแรมของกองพล

ในปกครองของเจ้าพระยานครน้อย ซึ่งยกทัพปราบกบฏวันหมาดหลีในต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งเมื่อกบฏรู้ว่าใครจะมาปราบก็เผ่นหนี

เพราะเกรงในฝีมือตั้งแต่ยังไม่ได้รบกัน จนมาถึงปี พ.ศ. 2536 นายกชาวตรังคนแรก นายชวน หลีกภัย ได้ดำริให้ตั้งสวนพฤกษศาสตร์

สากลภาคใต้บนที่ดิน 2600 ไร่นี้สวนป่าแห่งนี้ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยต้นไม้ที่ดูใหญ่จนเกินจริง ทั้งกอเฟิร์นข้าหลวงยักษ์

และต้นระกำที่ใหญ่อย่างกับเราหลุดเข้าป่ายุคไดโนเสาร์ เมื่อเดินเข้าสู่ประตูของป่าแล้ว ก็จะพบกับทางเลือกซ้ายขวาซึ่งจะนำ

เราไปสู่จุดหมายเดียวกันคือทางขึ้นหอคอยเรือนยอด แต่เราแนะนำให้คุณเลี้ยวไปทางซ้าย ซึ่งจะได้เดินไกลกว่านิดหน่อย

แต่จะได้เจอกับการผจญภัยที่ให้ความสนุกสนานได้มากกว่ากันแยะ สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ทำป้ายข้อมูลเกี่ยวกับต้นไม้

และระบบนิเวศน์แทบจะทุกสิบเมตรที่เราเดินผ่าน ซึ่งเป็นแหล่งรวมพันธุ์ไม้ท้องถิ่นภาคใต้ที่หายาก และแบ่งเป็นสัดส่วนแยกตามประเภทของพันธุ์ไม้

โดยทางสวนพฤกษศาสตร์ได้จัดเส้นทางในการศึกษาธรรมชาติบริเวณโดยรอบ ที่สำคัญคือ “เส้นทางศึกษาธรรมชาติเรือนยอดไม้

ป่าเขาภูหลวง แหล่งเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ซึ่งเป็นจุดไฮไลท์ของสวนแห่งนี้ ซึ่งมีทางเดินชมเรือนยอดไม้ที่ยาวและสูงที่สุดแห่งแรกในประเทศไทย มีหอสูง 3 ระดับ คือ 10, 15 และ 18 ตลอดทางเดิน 175 เมตร

ก่อนจะขึ้นไปก็ควรจะได้รู้ก่อนว่า ทางเดินบนยอดไม้เหล่านี้รับน้ำหนักได้ไม่เกิน 800 กิโลกรัม ดังนั้นจึงควรเดินบนสะพานครั้งละไม่เกิน 5 คน

แต่ละช่วงจะได้สัมผัสธรรมชาติที่แตกต่างกันไป เราจะได้เห็นเรือนยอดของต้นไม้และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ จำพวก นก กระรอก พวกลิงพวกค่าง

หรือแม้แต่ดอก ผล ของต้นไม้ก็มีให้ดูอย่ารอรีอีกเลยเชิญก้าวเท้าขึ้นสู่เส้นทางการสัมผัสธรรมชาติเรือนยอดไม้กันดีกว่า ระดับแรกความสูงอยู่ประมาณ 10 เมตร

อาจจะเห็นเรือนยอดของไม้ต้นที่ไม่สูงมากนัก เดินต่อไปถึงช่วงระดับที่สองที่สูงขึ้นอีกหน่อย ช่วงนี้อาจจะเห็นนกบินไปบินมา หรือเห็นตัวกระรอก

กระโดดจากกิ่งไม้ต้นโน้นมาต้นนี้ เราก้าวเท้าไปเรื่อยๆ ถึงระดับที่สามที่มีความสูงที่สุด ถึงช่วงนี้ทุกคนจะร้อง ว้าว! พร้อมกับสูดอากาศเข้าเต็มปอด

และมองไปรอบๆ จะเห็นผืนป่าที่มีความสมบูรณ์กลางเมืองตรังก็ว่าได้ และที่ไม่ควรพลาด! ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกคู่กับยอดไม้และสะพาน

แล้วก็ได้เวลาเดินไปตามช่วงสะพานที่เชื่อมต่อกับหอคอยที่ลดระดับลงเรื่อยๆ ช่วงสะพานที่ 4 ช่วงสะพานที่ 5 และเดินลงสู่พื้นดิน

เดินหน้าต่อสู่เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าพรุ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตรกว่าๆ ตลอดเส้นทางจะได้สัมผัสกับพืชพรรณไม้พื้นล่างจำพวกหวาย

เถาวัลย์ อาทิ ระกำ หลุมพี ยี่โถปีนัง หม้อข้าวหม้อแกงลิง เผลอแป๊บเดียวการเดินทางก็สิ้นสุดทางที่สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้

(ทุ่งค่าย) แห่งนี้ ยังเป็นสวนพรรณไม้แห่งความรักที่มีคู่บ่าวสาวหรือคู่รักมาปลูกต้นไม้ทุกปีในวันวาเลนไทน์


อยู่ที่บ้านบ่อหิน ตำบลบ่อหิน อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่เริ่มก่อตั้งโดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชน

เลี้ยงปลากะพงปลาเก๋าในกระชัง 100 กระชัง ในคลองสิเกา อ.สิเกา จัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าชายเลน

เสน่ห์ของการท่องเที่ยวของชุมชน เน้นกิจกรรมที่มีส่วนร่วมในชุมชน ตั้งแต่การท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิต

ได้สัมผัสเรียนรู้วิถีชีวิตแบบชาวประมง นอนพักบ้านชาวประมง ศึกษาการประมงพื้นบ้าน การออกเรือวางลอบปุ ลอบปลา อวนปลา อวนกุ้ง การตกหมึก

ที่นี่ได้จัดกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกอย่างสร้างสรรค์ไว้หลากหลาย เดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน หรือการเดินทางด้วยเรือตามลำคลอง

การดำน้ำดูปะการังในบริเวณเกาะเล็กๆ ที่ไม่มีทัวร์ไหนพาไปได้และที่สุดยอดคือ ชุมชนพบบ่อน้ำร้อนที่อยู่ในบริเวณลำคลองป่าชายเลน

อุณหภูมิน้ำร้อนประมาณ 45 องศา เป็นบ่อร้อนเค็มแห่งเดียวในจังหวัดตรัง สามารถไปได้โดยเฉพาะช่วงน้ำทะเลลงต่ำสุด

จะสามารถมองเห็นน้ำร้อนพุ่งออกจากบ่อ บริเวณนี้ยังจะพบปูสวยงามหลากสี ปูก้ามดาบมากมาย จุดเด่นอีกอย่างคือกิจกรรม

ร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการปลูกป่าชายเลน การปลูกหญ้าทะเลที่บ้านปากคลอง เม็ดหญ้าทะเลเขียวใส ซึ่งเป็นอาหารของปลาพะยูน

ที่ใกล้จะสูญพันธ์แล้ว การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ จุดขายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาพักและร่วมทำกิจกรรมเชิงอนุรักษ์

ก็คือการได้ทานอาหารทะเลสดๆ กันทุกมื้อ ในบรรยากาศที่พิเศษพิเศษ และที่นี่สามารถมาเที่ยวพักผ่อนได้ทั้งปี

ขอบคุณแหล่งที่มา sites.google.com

Be First to Comment

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *