Press "Enter" to skip to content

ปั่นสองล้อ ตามรอยประวัติศาสตร์ กรุงเก่าอยุธยา

ปั่นสองล้อ ตามรอยประวัติศาสตร์ กรุงเก่าอยุธยา

เราเริ่มต้นปั่นจักรยานตามรอย ประวัติศาสตร์ ของ “กรุงเก่าอยุธยา” ที่ศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยวของสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ปั่นเรื่อยๆ ไปตามถนนศรีสรรเพชญ์ โดยมีจุดหมายแรกคือ “คุ้มขุนแผน” เพื่อเข้าชมวิถีชีวิตในอดีตของคนกรุงเก่า ต่อด้วย “วิหารพระมงคลบพิตร”

เข้าสักการะขอพรองค์พระมงคลบพิตร พระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองอยุธยา ไม่ไกลกันคือ “วัดพระศรีสรรเพชญ์” วัดสำคัญที่สุดของราชธานีกรุงเก่า

ภายในจะเป็นพระราชวังโบราณซึ่งเป็นสถานที่ประทับขององค์พระมหากษัตริย์และที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญต่างๆ ของราชธานีกรุงศรีอยุธยา

ราชธานีที่เคยยิ่งใหญ่และงดงามเป็นเวลายาวนานถึง 417 ปี ก่อนจะเสียกรุงถูกเผาทำลายลงเหลือเพียงแต่ซากอิฐซากปูน

ต่อด้วยการปั่นไปทางทิศตะวันออกมุ่งสู่ “บึงพระราม” สถานที่ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ปฐมกษัตริย์ของกรุงศรีอยุธยา ทรงใช้เป็นที่สถาปนากรุงขึ้นเป็นราชธานี

รอบๆ เขียวครึ้มไปด้วยต้นไม้ ปั่นต่อไปสบายๆ ผ่าน “พระที่นั่งเย็น” สถานที่เสด็จฯ ประทับทอดพระเนตรการละเล่นทางน้ำต่างๆ ปั่นต่อมายัง “วัดมหาธาตุ”

พระอารามหลวง สร้างขึ้นเพื่อใช้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ก่อนออกจากวัดอย่าลืมแวะชมเศียรพระพุทธรูป

ในรากต้นโพธิ์ “ที่สุดของมรดกโลก


มองไปยังฝั่งตรงข้ามนั้นคือ “วัดราชบูรณะ” สถานที่เก็บรวบรวมสมบัติของราชวงศ์ที่ยังหลงเหลือจากเมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 และตอนนี้ได้นำไปจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑสถาน

แห่งชาติเจ้าสามพระยา จากนั้นเรามุ่งหน้าขึ้นเหนือไปยัง “วัดธรรมิกราช” เชื่อกันว่าหากได้มาอธิษฐานขอพร ณ วัดแห่งนี้จะสมหวังดังใจปรารถนา

ปั่นสองล้อ ตามรอยประวัติศาสตร์ กรุงเก่าอยุธยา

เข้าสู่ช่วงสาย เป็นโชคดีของเราที่วันนี้แดดไม่แรงเกินไปนัก สล็อตออนไลน์  แวะพักเติมพลังด้วยเครื่องดื่มเย็นๆ ให้สดชื่นกันสักหน่อยก่อนมุ่งหน้าปั่นกันต่อไปที่ “วัดหน้าพระเมรุราชิการาม”

เพื่อชมความงามของสถาปัตยกรรมชิ้นสุดท้ายที่คงความสมบูรณ์เอาไว้ได้มากที่สุดของกรุงศรีอยุธยา หลังสิ้นเสียงพระตีกลองเพล ก็ถึงเวลากลับขึ้นหลังอานอีกครั้ง

ปั่นจักยานลัดเลาะไปตามคลองสระบัว มุ่งสู่ชุมชนช่างปั้นดินเผา สถานที่ผลิต “ตุ่มนางเลิ้ง” โอ่งดินเผาไม่เคลือบเงาสีแดงที่มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์

แวะเก็บภาพเป็นที่ระลึก เสร็จแล้วไปต่อกันที่วัดเชิงท่า ซึ่งตั่งอยู่ริมแม่น้ำลพบุรี สถานที่ศึกษาเล่าเรียนสมัยยังทรงพระเยาว์ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช


เมื่อเข้าสู่ช่วงเที่ยงเราก็ถึง “วัดโลกยสุธา” หรือที่รู้จักกันในนามวัดพระนอน ประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์สร้างด้วยอิฐสอปูนมีความยาวองค์พระ 42 เมตร

เมื่อเดินชมจนอิ่มใจแล้ว ก็ถึงเวลาหาที่ทานมื้อเที่ยงให้อิ่มท้องกันบ้าง เราปั่นกันต่ออีกนิดลงไปทางใต้ ที่นี่มีร้านอาหารให้เลือกทานมากมาย หรือจะเป็นของฝาก

ของที่ระลึกให้เลือกซื้อก็มีเช่นกัน หลังจากอิ่มท้องและซื้อของฝากติดมือเป็นที่เรียบร้อย ก็ปั่นกลับไปยังจุดเริ่มต้นของเราที่ศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว ถือเป็นการ

สิ้นสุดทริปปั่นสองล้อตามรอยประวัติศาสตร์กรุงเก่าอยุธยาอย่างสมบูรณ์แบบ


ข้อมูลเกี่ยวกับ…ปั่นสองล้อท่อง “กรุงเก่าอยุธยา”

การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานคร สามารถเดินทางมาได้ทางรถไฟเพื่อเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยไปขึ้นรถไฟที่สถานีหัวลำโพงไปลงที่สถานีอยุธยา

บริเวณตรงข้ามสถานีจะมีร้านให้เช่าจักรยานอยู่ หรือหากจะขับรถไปเอง ก็หาร้านเช่าจักรยานในตัวเมืองได้ไม่ยาก

ขอบคุณแหล่งที่มา www.ท่องทั่วไทย.com

Be First to Comment

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *